นายเดเมียน เฟิร์ช รองประธานฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และโปรแกรมของอโกด้า กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวที่คิดเป็น 10% ของเศรษฐกิจโลก เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และส่งผลกระทบกระจายเป็นวงกว้างอย่างรุนแรงในระบบนิเวศทางธุรกิจ เนื่องจากกระทบไปถึงอุตสาหกรรมการเดินทาง และการท่องเที่ยวโดยตรง อย่าง ธุรกิจการบิน และธุรกิจโรงแรม ซึ่งมีจำนวนประมาณ 80% ของภาคการท่องเที่ยว ทั้งธุรกิจที่พักขนาดเล็ก ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจการทำความสะอาด ธุรกิจนำเที่ยว ไปจนถึงการขนส่ง โดยสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel and Tourism Council) คาดการณ์ไว้ว่าการระบาดในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบถึงการว่างงานกว่า 75 ล้านตำแหน่ง

ดังนั้นในเวลานี้จึงมักมีคำถาม ถึงความสามารถในการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว ในสภาวะที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงอันเนื่องมาจากความรุนแรงของการแพร่ระบาด ซึ่งคำตอบ คือ ได้ แต่ต้องอาศัยการร่วมมือกันอย่างจริงจังของทุกฝ่าย โดยยึดหลัก 3 ข้อ คือ

1.การสนับสนุนจากรัฐบาล

สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็น 1 ใน 10 ตำแหน่งงานของแรงงานทั้งโลกในเอเชียแปซิฟิก อเมริกา และยุโรป อีกทั้งเป็น 13.3% ของการจ้างงานทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลแต่ละประเทศสามารถช่วยเยียวยาสนับสนุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านท่องเที่ยว เพื่อช่วยให้ผู้คนดำรงชีวิตต่อไปได้ และฟื้นฟูเศรษฐกิจไปในเวลาเดียวกัน ก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

ซึ่งการให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในการรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจในระยะสั้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น คือ การทำงานร่วมกัน และความร่วมมือของทุกหน่วยงานในอุตสาหกรรมที่จะช่วยกันขับเคลื่อนการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ด้วยการประชาสัมพันธ์มาตรฐานความปลอดภัย และความสะอาดที่โปร่งใสให้กับทุกธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวอีกครั้ง

โดยทางกระทรวงการท่องเที่ยว และองค์กรประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว (DMO) ร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) สร้างแรงบันดาลใจในการออกไปท่องเที่ยว กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวแบบยั่งยืนตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศ เพื่อสนับสนุนชุมชนที่อยู่นอกกรอบความสนใจของนักท่องเที่ยว แต่ได้รับผลกระทบจากการระบาดเช่นกัน ซึ่งแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแบบดิจิทัลดังกล่าวมีเครื่องมือทางการตลาด และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมาก ทั้งในและต่างประเทศ

2.บทบาทของผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

ขณะที่ในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวควรใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงสินค้าและบริการ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือนักเดินทางที่จะกลับมาอีกครั้ง โดยองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ได้มีข้อแนะนำใหม่สำหรับช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกในการกลับมาดำเนินการด้วยการให้มุ่งเน้นไปที่ความสำคัญของนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งผู้ให้บริการที่พัก สายการบิน และบริษัททัวร์จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความคาดหวังใหม่ที่เปลี่ยนไปของนักเดินทาง หลังสถานการณ์โควิด-19 นวัตกรรมใหม่ที่สามารถคาดการณ์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปได้นั้นกำลังกลายเป็นสิ่งจำเป็น รวมไปถึงความสามารถในการระบุวิธีแก้ปัญหาที่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและความยืดหยุ่นในการเดินทางซึ่งยังอยู่ในช่วงภาวะซบเซา ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าด้วย

โดยผลการวิจัยของอโกด้าแสดงให้เห็นว่านักเดินทางมีความคาดหวังมากขึ้นต่อประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทางในช่วงคริสตทศวรรษ 2020 (ปี 2020-2029) รวมถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าเดิมเพื่อการจองห้องพักที่รวดเร็วและการเดินทางที่สะดวกสบาย ซึ่งนอกเหนือจากการปรับปรุงตัวเลือกในการชำระเงิน และกระบวนการจองแล้ว 1 ใน 2 ของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดหวังว่า การเช็คอินโดยใช้แอปพลิเคชั่นจะกลายเป็นบรรทัดฐานทั่วไปของโรงแรมหรือที่พักตากอากาศในคริสตทศวรรษ 2020 เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจากนี้ผู้ประกอบการโรงแรมและสายการบินก็กำลังทบทวนและปรับปรุงนโยบายการยกเลิกการจอง รวมถึงขั้นตอนการยกเลิกการจอง ให้สอดคล้องกับความคาดหวังใหม่ ๆ ของเหล่านักเดินทาง ซึ่งรวมไปถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นของการจองห้องพัก การใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเกี่ยวกับจำนวนการเข้าพัก และกลยุทธ์การกำหนดราคาตามดีมานด์ รวมถึงการร่วมมือกับช่องทางการจัดจำหน่ายต่าง ๆ เพื่อส่งข้อเสนอพิเศษสำหรับที่พัก และเที่ยวบินให้แก่นักเดินทาง โดยมีเครือข่ายบัตรเครดิตและธนาคาร ที่จะเข้ามามีบทบาท และให้การสนับสนุนในการส่งเสริมแคมเปญการเดินทางอย่างปลอดภัย

อีกทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดในระบบนิเวศการเดินทาง คือ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันปรับเงื่อนไขสำหรับนโยบายและกลยุทธ์ใหม่ให้สอดคล้องกัน และประสานงานกันในการกำหนดรูปแบบและช่วงเวลาของแคมเปญ ให้นักเดินทางสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวกขึ้น ขณะที่ OTA ต้องมีทรัพยากรมากพอ และพร้อมเชื่อมต่อ องค์กรประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว (DMO) โรงแรม สายการบิน ผู้ให้บริการกิจกรรม และพาร์ทเนอร์สนับสนุนอื่น ๆ กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่กว้างขึ้น

3.การมีส่วนร่วมของนักเดินทาง

ส่วนสำคัญสุดท้าย คือนักเดินทาง ซึ่งถ้ารัฐบาลเริ่มยกเลิกข้อจำกัดด้านการเดินทางโดยที่ประชาชนยังไม่มีความเข้าใจร่วมกันในการเดินทางอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็จะเป็นไปอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก ซึ่งจากการสำรวจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในคริสตทศวรรษ 2020 ของอโกด้าพบว่า นักเดินทางกว่า 25% ต้องการจะเดินทางในลักษณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการระบาดของไวรัสในครั้งนี้ทำให้ทุกคนหันมามองการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การค้นหาโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือเลือกจุดหมายปลายทางในเมืองรองที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก เพื่อช่วยกระจายรายได้และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น