สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ต้องส่งน้ำตามแผนการจัดสรรน้ำอย่างเคร่งครัด ในขณะที่จังหวดระยอง เจอฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเมืองระยอง เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน โครงการชลประทานระยอง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องแล้ว

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน (30 มิ.ย.63) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกันประมาณ 32,077 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 8,432 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 43,990 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 7,635 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 31 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 939 ล้าน ลบ.ม.

ด้านผลการจัดสรรน้ำฤดูฝนทั้งประเทศ ปัจจุบัน (30 มิ.ย. 63) มีการใช้น้ำไปแล้ว 4,547 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 38 ของแผนจัดสรรน้ำฯ เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำไปแล้ว 1,581 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 49 ของแผนจัดสรรน้ำฯที่วางไว้ คงเหลือน้ำที่จะต้องจัดสรรอีกเพียง 1,669 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลประทาน ได้เตรียมความพร้อมเครื่องจักร-เครื่องมือ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ต่างๆทั้งสถานการณ์ภัยแล้งและอุทกภัย อาทิ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 1,935 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ จำนวน 106 คัน ปัจจุบันได้ติดตั้งพร้อมเดินเครื่องสูบน้ำแล้ว 70 เครื่อง สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ 27 คัน รวมปริมาณน้ำกว่า 826,000 ลิตร และเครื่องจักรสนับสนุนอื่นๆอีก 318 หน่วย ทั้งนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่งบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของตน ให้เป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและน้ำท่ายังคงอยู่ในเกณฑ์น้อย ต้องจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างไม่ขาดแคลน รวมทั้ง กำจัดวัชพืชไม่ให้กีดขวางทางน้ำ และนำวัชพืชที่เก็บมานั้นไปเพิ่มมูลค่าใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตรด้วย