สสว.ร่วมมือ สทบ.ถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนให้เท่าทันการค้ายุคใหม่ ผ่านการจัดทำตลาดออนไลน์ด้วยแอพลิเคชัน ไลน์ “ตลาด กทบ สสว.” นำร่องอุบลราชธานีเป็นจังหวัดแรก ก่อนขยายผลการดำเนินงานในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้ามุ่งเน้นเจาะตลาดออนไลน์ให้กับสินค้าชุมชน สร้างรายได้เพิ่ม เสริมศักยภาพสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.ได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) จัดตั้งตลาดออนไลน์ ผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ชื่อว่า “ตลาด กทบ สสว.” (@villagefundmarket) เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงเครือข่ายของ สสว.กับ สทบ.ในการยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ แบบบูรณาการการทำงานของทั้งสองหน่วยงานร่วมกัน โดยนำร่องพื้นที่แรกในจังหวัดอุบลราชธานี และจะขยายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศผ่านการดำเนินงานของศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (ศูนย์ OSS) ของ สสว.

โดย สสว.จะสนับสนุนในการสร้างแพลทฟอร์มการซื้อขายสำหรับสินค้าของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนโดยตรง รวมถึงสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกสื่อ ที่ สสว.มีอยู่เพื่อเชิญชวนให้ผู้สนใจเข้ามาเลือกซื้อเลือกหาสินค้าที่น่าสนใจภายใต้แนวคิด “สั่งตรงจากผู้ขาย ส่งตรงจากทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ”

สำหรับการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สสว.กับ สทบ.ครั้งนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่เป็นผู้ประกอบการชุมชน หรือผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย และผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีจำนวนเครือข่ายสมาชิกกองทุนฯที่มีถึง 79,595 หมู่บ้าน โดยคัดเลือกกลุ่มสินค้าที่โดดเด่นจำนวน 10 รายการจากแต่ละจังหวัด ซึ่งเบื้องต้นจะมีสินค้าจำนวนไม่น้อยกว่า 770 รายการจาก 77 จังหวัดเข้าสู่ “ตลาด กทบ สสว.”ภายในเดือนก.ค.63 ซึ่งหากตลาดขับเคลื่อนและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค มีรายได้หมู่บ้านละ 1 ล้านบาทก็จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 7 หมื่นล้านบาท

“ความร่วมมือดังกล่าว จะยกระดับผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการตลาดผ่านทั้งช่อง ทางออนไลน์และออฟไลน์ให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของรัฐบาล โดยผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก สสว.เพื่อเป็นช่องทางในการให้บริการในด้านต่างๆเช่น การประชาสัมพันธ์ และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆภายใต้โครงการของ สสว.”

ขณะที่สิทธิประโยชน์ที่กองทุนหมู่บ้านจะได้รับจากการเป็นสมาชิกของ สสว. คือ 1. ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2. เพิ่มศักยภาพทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยมุ่นเน้นการส่งเสริมตลาดออนไลน์เป็นสำคัญ ซึ่งโครงการนี้จะนำร่องที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดแรก ถึอเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของทั้งสองหน่วยงาน โดย สสว.จะนำแอพลิเคชั่น SME Connext มาช่วยสอนการทำเนื้อหาเพื่อนำเสนอคุณสมบัติของสินค้า การถ่ายภาพ และการสร้างแบรนด์หรือตราสินค้าให้มีความน่าสนใจและเปิดโอกาสให้ทดสอบตลาดผ่านแอพลิเคชั่น “ตลาด กทบ สสว.” ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าของตนมาจำหน่ายทางออนไลน์ให้กับสมาชิกกองทุนฯที่ขึ้นทะเบียน ซึ่ง สสว.จะช่วยโปรโมทสินค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆกัน โดยประกอบไปด้วย 8 หมวดสินค้าได้แก่ 1.ข้าว 2.น้ำดื่ม 3.ผ้าและเสื้อผ้า 4.ผลไม้และอาหารแปรรูป 5.ขนมขบเคี้ยว 6.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 7.เครื่องใช้และของตกแต่ง 8.ผลิตภัณฑ์บำรุงดิน

“ในความร่วมมือนี้ ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (SME One-stop Service Center: OSS) ของสสว. ซึ่งมีสาขาทุกจังหวัดทั่วประเทศ จะเป็นหน่วยงานหลักที่จะเชื่อมโยงและเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุน ผ่านการให้คำแนะนำให้สมาชิกกองทุนสามารถนำเสนอสินค้าของตนเข้าสู่ “ตลาด กทบ สสว.” หรืออำนวยความสะดวกในการโพสต์เสนอสินค้าให้ รวมถึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก สสว.เพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมต่างๆที่รัฐบาลสนับสนุนผู้ประกอบการ ผ่านทาง สสว.ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนไปอีกขั้น และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้มีความเข็มแข็งและยั่งยืน”