เปลี่ยนแผนเดิมจากสถาบันบำราศนราดูรเป็นที่ศึกษาวิจัย ใปใช้รพ.สมุทรปราการ และรพ.บางละมุงแทน หลังผู้ติดเชื้อในไทยลดลง ประเดิมทดลอง 6 ราย เน้นความปลอดภัยสูงสุด

จากกรณีที่มีการทดลองยาฟ้าทะลายโจรเพื่อใช้ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการทดลองเบื้องต้นในหลอดทดลอง พบว่ามีผลฆ่าไวรัสโควิด-19 ได้โดยตรง และจะทดลองในมนุษย์ต่อไปนั้น

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.63 นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ได้ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ศึกษานำร่องผลของสารสกัดฟ้าทะลายโจรขนาดสูงต่อผู้ป่วยโรคโควิด โดยผ่านกระบวนการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์แล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปลี่ยนแผนจากเดิมจะศึกษาทดลองในผู้ป่วยที่สถาบันบำราศนราดูร แต่เนื่องด้วยจำนวนผู้ป่วยโควิดในไทยที่มีน้อย จึงทำให้ผู้ป่วยที่สถาบันบำราศนราดูรมีน้อยหรือไม่มีเลย ส่วนใหญ่จะติดเชื้อจากต่างประเทศและพักในสถานที่ที่รัฐจัดไว้ให้ จึงได้ขอเปลี่ยนสถานที่ศึกษาวิจัยเป็นที่รพ.สมุทรปราการ และรพ.บางละมุง

นพ.มรุตกล่าวว่า ทั้งนี้ ต้องเป็นผู้ป่วยที่ยืนยันแล้วว่าติดเชื้อโควิด มีอาการอยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชม. อาการตั้งแต่ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง คือ มีไข้ ไอ ตัวร้อน ซึ่งระยะแรกจะทดลองในกลุ่มตัวอย่าง 6 ราย ให้ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 60 มก. หรือ 3 เท่าของขนาดปกติ วันละ 3 ครั้ง เพื่อดูว่าอาการดีขึ้นชัดเจนหรือไม่ ถ้าไม่ชัดเจน ก็จะทดลองต่ออีก 6 ราย ให้ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจรครั้งละ 100 มก. หรือเท่าของขนาดปกติ วันละ 3 ครั้ง รวมทั้งจะดูว่ายาไปช่วยลดเอนไซม์ตัวที่ทำให้คนไข้อาการแย่ลงจากการทำลายปอด หรือผิวหนังด้วยหรือไม่ เนื่องด้วยในทางทฤษฎีนั้นฟ้าทะลายโจรจะช่วยลดในส่วนนี้และจัดการกับเชื้อโควิดได้ โดยต้องดูผลทั้งสองด้าน

อย่างไรก็ตาม เน้นเรื่องความปลอดภัย ซึ่งอาจจะมีปัญหาในบางคนที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ หรือความดันต่ำ ทั้งอาการที่แสดงและผลของเลือดว่ามีอาการดีขึ้นอย่างไร ผลเอนไซม์ไซโตไคน์ที่มีผลต่อปอด หัวใจ ตับ ลดลงหรือไม่ โดยในงานวิจัยพบว่าช่วยป้องกันไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคโควิดไม่ให้เข้าเซลล์ และลดการแบ่งตัว ยับยั้งหรือฆ่าเชื้อ