ดนตรี / รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล
ราวๆสองสามสัปดาห์ก่อน ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ท่ามกลางการประท้วงการต่อต้านการเหยียดสีผิว #BlackLivesMatter ที่ขยายลุกลามจากสหรัฐอเมริกามาถึงหลายประเทศในยุโรป ป้ายชื่อถนน เพนนี เลน 4 ป้ายในเมืองมีคนใช้สีสเปรย์พ่นทับคำว่า “Penny” ขณะที่บางป้ายมีพ่นคำว่า “racism” อีกด้วย
อันที่จริง ป้ายถนน เพนนี เลน ไม่ได้สะอาดเอี่ยมอ่อง แต่ลายพร้อยไปด้วยกราฟิตีเล็กๆ น้อยๆมานานแล้ว (รวมถึงลายเซ็น พอล แม็คคาร์ทนีย์ ที่ไม่รู้ว่าจริงหรือปลอม) แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีถ้อยคำสื่อนัยการเมืองและสังคมแบบนี้ เหตุผลที่ป้ายถนนสายนี้เป็นเป้าหมายก็เพราะ...มีคนคิดว่าชื่อถนนตั้งตามนักค้าทาสสมัยศตวรรษที่ 17 ผู้มีนามว่า เจมส์ เพนนี ส่งผลสะท้อนต่อไปถึงการสืบค้นทางประวัติศาสตร์ที่ยังคลุมเครือ
ข้างนักประวัติศาสตร์ที่สืบค้นวิจัยมานานกว่า 10 ปีบอกว่า “ไม่พบความเกี่ยวข้องกันระหว่าง เพนนี เลน กับการค้าทาส” จากการบันทึกเก่าสุดกล่าวถึงตรอกสายนี้ในช่วงทศวรรษ 1940 เขียนชื่อว่า เพนนีส์ เลน (Pennies Lane) และในแผนที่ที่ย้อนกลับไปศตวรรษที่ 17 มันยังไม่ถูกตั้งชื่อด้วยซ้ำ ขณะที่ เจมส์ เพนนี นั้นเสียชีวิตลงในปี 1799 และมีถนนที่ตั้งชื่อตามเขาแล้วนั่นคือ อาร์ราด สตรีท ซึ่งตั้งชื่อตามสถานที่เกิดของเขาในอัลเวอร์สตัน, คัมเบรีย
แต่ก็มีอีกหลายเสียงที่เห็นแย้ง อย่างที่ปรึกษาประจำเมืองคนหนึ่งบอกว่า ถนนหลายสายในเมืองลิเวอร์พูลตั้งชื่อตามนักค้าทาสหลายคนจริง ซึ่งมันก็ทำให้คิดไปได้ว่าถนนในเพลงดังของ เดอะ บีเทิ่ลส์ อาจเกี่ยวข้องกับ เจมส์ เพนนี “ฉันเคยเสนอไปแล้วให้เปลี่ยนชื่อถนนในเมืองที่เกี่ยวเนื่องกับนักค้าทาสชื่อเสียงไม่ดีให้กลายเป็นชื่อของบุคคลที่ทำสิ่งดีๆให้กับเมืองมากกว่า”
ความคิดในการเปลี่ยนชื่อถนนที่เคยเป็นประเด็นเมื่อหลายปีก่อน กลับมาเป็นที่สนใจของคนทั่วไป-โดยเฉพาะแฟนเพลง เดอะ บีเทิ่ลส์-อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคราวนี้ ดูจะมีความจริงจังมากขึ้น-จากแถลงการณ์ของนายกเทศมนตรีเมืองลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่าพวกเขาทำงานอย่างหนักในการมองหาความเกี่ยวเนื่องระหว่างการค้าทาสกับชื่อถนนต่างๆ มาตั้งแต่เดือนมกราคม และการถกเถียงดังกล่าวก็น่าจะช่วยให้คนได้รับทราบว่าพวกเขารู้หรือไม่รู้เรื่องราวของเมืองลิเวอร์พูลกับการค้าทาสมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ทุกอย่างกระจ่างชัด
ซึ่งมีความเสี่ยงสูงไม่น้อยเลยที่ เพนนี เลน อาจกลายเป็นอดีต
และมันก็คงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่บทเพลงที่มีความหมายอบอุ่นในการย้อนรำลึกถึงวัยเยาว์ของ จอห์น เลนนอน และ พอล แม็คคาร์ทนีย์ ที่มีความทรงจำมากมายกับสถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่ทั้งคู่ใช้ร่วมกันตอนช่วงต้นของการเล่นดนตรีด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันตึกรามหลายแห่งที่อยู่ในบทเพลงหายไปแล้ว เช่นเดียวกับวงเวียนและท่ารถที่ชื่อ เพนนี เลน อย่างที่ พอล แม็คคาร์ทนีย์-ซึ่งแต่งเพลงนี้ในกรุงลอนดอน-พูดในสารคดีชุด The Beatles Anthology ที่ออกอากาศเมื่อปี 1995 “เราใช้เวลาช่วงต้นๆไปกับการเดินรอบสถานที่เหล่านั้น เพนนี เลน เป็นท่ารถที่ผมต้องเปลี่ยนสายรถเมล์ จากบ้านผมไปบ้านของ จอห์น แล้วก็เพื่อนๆอีกหลายคน มันเป็นท่ารถเมล์ขนาดใหญ่ที่พวกเราทุกคนรู้จักกันดี”
สอดคล้องกับคำพูดของ จอห์น เลนนอน เมื่อปี 1968 ที่บอกว่า เพลงนี้เป็นเหมือนการสร้างภาพย่านเก่าๆที่พวกเขาคุ้นเคยขึ้นมาใหม่ “ธนาคารอยู่ตรงนั้น แล้วก็มีรถราง มีผู้คนนั่งรอ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่ตรงนั้น รถดับเพลิงก็อยู่ที่นั่น มันเป็นเหมือนกับการจำลองวัยเยาว์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”
ไม่ว่าอย่างไร การมีอยู่หรือ (อาจ) ดับไปของชื่อถนน เพนนี เลน ก็คงไม่อาจลบเลือนความดีงามของ “Penny Lane” เพลงนั้นลงได้