เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.63 นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ตรวจโรงเรียนในสังกัดกทม. เพื่อเตรียมพร้อมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในระยะเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียน 1/2563 โดยมีนายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัดกทม. พร้อมคณะผู้บริหารสำนักการศึกษา สำนักงานเขตในพื้นที่ ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม เขตพระโขนง และ โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ เขตบางนา

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษา ได้เตรียมพร้อมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในระยะเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 437 โรงเรียน โดยแบ่งเป็นมาตรการ 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านบุคคล ได้แก่ การตรวจสอบคัดกรองผู้เรียน ครู ผู้เกี่ยวข้องในโรงเรียน เพื่อคัดกรองแบ่งกลุ่มก่อนเปิดเรียน

2. ด้านอุปกรณ์ มีสำนักพัฒนาสังคม สนับสนุนผ้าทำหน้ากากอนามัยเพื่อแจกให้กับนักเรียนครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง สำนักอนามัย สนับสนุนเจลหรือแอลกอฮอล์ล้างมือให้แก่ทุกโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขต ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียน โดยทำความสะอาดอาคารเรียนและบริเวณโดยรอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสำรวจวัสดุอุปกรณ์สำหรับมาตรการป้องกันของโรงเรียน

3. ด้านสภาพแวดล้อม มีการรักษาระยะห่างทางสังคม เช่น จัดห้องเรียนไม่เกิน 20 คน/ห้อง การเหลื่อมเวลาเรียน กรณีที่ไม่สามารถจัดห้องเรียนให้เรียนในเวลาเดียวกันได้ ให้ใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่โรงเรียนจะเลือกใช้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของคณะครู ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน โดยขึ้นกับบริบทและความเหมาะสมของโรงเรียน เป็นต้น

รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมพบว่าทั้ง 2 โรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ครบถ้วนทุกประการ เช่น การเว้นระยะห่างของนักเรียน การลดจำนวนนักเรียนให้เหลือห้องละ 15-20 คน การแยกอุปกรณ์การเรียนและของใช้ส่วนตัวของนักเรียนแต่ละคนไม่ให้ใช้ร่วมกันอย่างชัดเจน มีการใช้ฉากกั้นระหว่างโต๊ะ มีการเตรียมแจกหน้ากากอนามัยให้นักเรียนอย่างครบถ้วน มีการตรวจคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าโรงเรียน เตรียมจุดล้างมือและเจลแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างเพียงพอ ซึ่งต้องเน้นย้ำให้โรงเรียนทั้ง 437 โรงเรียนในสังกัด ให้ความสำคัญกับเรื่องการเว้นระยะห่างของนักเรียน การทำความสะอาดอาคารสถานที่ การทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ ห้องเรียน ห้องนอน ห้องอาหาร ห้องเด็กเล่น ห้องพยาบาล สื่อการสอน เครื่องเล่นสนามและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงห้องสุขาและการกำจัดขยะมูลฝอย และให้นักเรียนล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ

สำหรับเรื่องของการแบ่งนักเรียนออกเป็น 15-20 คนต่อห้องเรียน เพื่อลดความแออัดนั้น ทำให้ต้องใช้บุคลากรในการดูแลนักเรียนเพิ่มขึ้น กทม.ได้เตรียมความพร้อมในส่วนของบุคลากรเพื่อรองรับมาตรการดังกล่าวครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ ในวันที่ 30 มิ.ย.63 จะมีการทดลองระบบการบริหารจัดการ วิธีการ และขั้นตอนต่างๆ ของโรงเรียนแบบเสมือนจริง เพื่อนำปัญหาที่อาจเกิดขึ้นมาวิเคราะห์พร้อมแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในวันเปิดภาคเรียน เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีความพร้อม 100% สำหรับการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค.นี้