นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้พ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจและมีสถานะเป็นบริษัทเอกชน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 ทำให้บริษัทต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายแรงงาน รวมถึงพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน 2537 โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)ได้เดินทางมาที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 เพื่อขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน พร้อมทั้งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนเป็นจำนวนเงิน 6.4 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกันสังคม และพระราชบัญญัติเงินทดแทนที่กำหนด ให้บริษัทในฐานะนายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างทุกคนเป็นผู้ประกันตน โดยกองทุนประกันสังคมจะเก็บเงินสมทบจากนายจ้างร้อยละ 5 ลูกจ้างร้อยละ 5 สำหรับกองทุนเงินทดแทน จัดเก็บจากนายจ้างฝ่ายเดียว ตามอัตราความเสี่ยงของประเภทกิจการ
     

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจะได้รับจากกองทุนประกันสังคม ประกอบด้วย 7 กรณีคือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน สำหรับกองทุนเงินทดแทน จะให้ความคุ้มครองลูกจ้างนับจากวันที่เป็นลูกจ้าง หรือขึ้นทะเบียนวันแรก

อย่างไรก็ตาม บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)ได้ขึ้นทะเบียนให้พนักงานจำนวนกว่า 21,000 คน ส่งผลให้ได้รับความคุ้มครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีในวันนี้สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 ได้ให้ความรู้ความเข้าใจงานประกันสังคม แก่ตัวแทนผู้บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้รับทราบการดำเนินงานของระบบประกันสังคม

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน