นายลิม เบง ชี ประธานบริหารของกลุ่มแชงกรี-ลา กล่าวว่า ได้เปิดตัวพันธสัญญาแชงกรี-ลาแคร์ ยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยภายในโรงแรมและรีสอร์ททุกแห่งทั่วโลกของแชงกรี-ลา เมื่อทุกคนกลับมาเดินทางอีกครั้งหลังโควิด-19 จบลง โดยพันธสัญญาดังกล่าวให้ความสำคัญถึงสุขภาพ ความปลอดภัย และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการบริการที่ใส่ใจทุกขั้นตอนอย่างอบอุ่นในแบบเอเชียที่เป็นเอกลักษณ์

ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์

ซึ่งจากสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา ทางกลุ่มแชงกรี-ลา ได้ตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ และความคาดหวังของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลง ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ระเบียบและวิธีปฏิบัติด้านสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อยกระดับมาตรฐาน รวมถึงคุ้มครองความปลอดภัยของแขกและเพื่อนร่วมงาน โดยเอาใจใส่ทุกขั้นตอนอย่างจริงใจด้วยการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัย ในสถานที่ที่รู้สึกผ่อนคลาย และไว้วางใจในเรื่องความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย

เว้นระยะห่างระหว่างรับประทานอาหาร

สำหรับ พันธสัญญาแชงกรี-ลาแคร์ เป็นโครงการนำร่อง ซึ่งโรงแรมที่ได้รับการคัดเลือกเริ่มปฏิบัติการตลอดตั้งแต่เดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงระเบียบและวิธีปฏิบัติด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงขยายขอบข่ายการปฏิบัติงานจากเดิมที่มีความเข้มงวดอยู่แล้วให้ละเอียดรอบคอบและเข้มงวดมากยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันสถานการณ์โรคระบาด โดยขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมดนี้จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และ พร้อมเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้แขกทุกคนมีความมั่นใจ และอุ่นใจเมื่อเข้ามาใช้บริการ

โดย นายลิม กล่าวต่อว่า ทางแชงกรี-ลา ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก หรือคำสั่งจากองค์กรท้องถิ่นที่มีความเข้มงวด เพื่อความเหมาะสมในระเบียบปฏิบัติการที่ครอบคลุมในทุกภาคส่วน ซึ่งโรงแรมและรีสอร์ททุกแห่ง สามารถนำมาตรการที่เป็นรูปธรรมดังกล่าวไปใช้ในการป้องกันความเสี่ยงจากโรคโควิด-19

ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

ซึ่งขั้นตอนในการปฏิบัติประกอบไปด้วย การเพิ่มความถี่และความใส่ใจในการทำความสะอาดอบนพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง และในบริเวณพื้นที่ที่แขกใช้ทั่วทั้งโรงแรม ใช้สารฆ่าเชื้อและยาฆ่าเชื้อเกรดทางการแพทย์ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา เพิ่มความถี่การทำความสะอาดไส้กรองอากาศและระบบปรับอากาศ เพื่อให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ดีทที่สุด การรับประทานอาหาร การประชุม และการจัดงานที่ปลอดภัย โดยเพิ่มข้อควรระวังในการรักษาระยะห่างที่เหมาะสม และใช้แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางด้านอาหาร

พร้อมกันนี้ยังเอาใจใส่บุคลากร ด้วยการฝึกอบรมและพัฒนาการเรียนรู้สำหรับพนักงานในเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันและการดำเนินงานต่างๆ ที่จำเป็น ซึ่งรวมถึงวิธีการในการทำความสะอาดและความถี่ในการฆ่าเชื้อ โดยได้รับการรับรองจาก ไดเวอร์ซี่ ผู้ให้บริการด้านสุขอนามัยระดับโลก ในฐานะผู้นำด้านสุขอนามัยและการทำความสะอาดระดับโลก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยีในการทำความสะอาดในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ โรงพยาบาล โรงแรม ร้านค้าปลีก และบริการด้านอาหาร เป็นต้น

หลีกเลี่ยงการสัมผัสด้วยเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม นายลิม ยังกล่าวต่อว่า ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงมีการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทางกลุ่มแชงกรี-ลาได้ทบทวนและยกระดับมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความปกติรูปแบบใหม่ หรือ New Normal โดยรวมถึงข้อแนะนำในการปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้น ระเบียบปฏิบัติด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในการป้องการการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโลกที่ได้พัฒนาร่วมกับไดเวอร์ซี่อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ทางกลุ่มแชงกรี-ลายังมีกระบวนการที่เข้มงวดในการตรวจสอบประสิทธิภาพของระเบียบและวิธีปฏิบัติการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ โดยมีการตรวจสอบและรายงานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะได้รับการปรับให้ทันสมัยอยู่เสมอตามข้อกำหนดของท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นใจถึงมาตรการดังกล่าว ที่จะสอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าเป็นสำคัญ