เปิดเทอม 1 ก.ค.นี้ ให้เด็กเล็ก-ป.3 ไปโรงเรียนได้ปกติ แต่ป.4-ม.6 ต้องให้เหลื่อมเวลาเรียน ทั้งเวลาเข้าเรียน พักเที่ยง และเลิกเรียน ให้เรียนออนไลน์เสริม ชี้หากสถานการณ์ดีขึ้น จะคืนสู่สภาพปกติ เน้น 5 มาตรการหลักป้องโควิด ใช้แพทเทิร์นเดียวกับโรคมือเท้าปากควบคุมโรค พร้อมงดกิจกรรมรวมกลุ่ม-ใช้เสียงทุกรูปแบบในชั้นเรียน

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.63 ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกทม.กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม. ว่า โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 โรงเรียน จะเปิดเรียนในวันที่ 1 ก.ค.63 จะเน้นให้เด็กนักเรียนได้ไปเรียนที่โรงเรียนมากที่สุด แต่ด้วยมาตรการจำกัดจำนวนนักเรียน เว้นระยะห่าง จะมีโรงเรียน 92-120 โรงเรียน ไม่สามารถจัดให้ไปเรียนที่โรงเรียนได้ทั้งหมด โดยจะจัดรูปแบบการเรียนเหลื่อมเวลา ให้เด็กเล็กถึงป. 3 ไปเรียนปกติ สำหรับป.4 -ม.6 ให้เหลื่อมเวลาเรียน ทั้งเข้าเรียน พักรับประทานอาหารกลางวัน และเลิกเรียน ให้เรียนออนไลน์เสริมในช่วงแรก แต่หากสถานการณ์ดีขึ้น ก็จะให้ไปเรียนปกติในอนาคต

สำหรับมาตรการป้องกันทุกโรงเรียนจะมี 5 มาตรการหลัก ตามที่ ศบค.กำหนด แต่กทม.จะเน้นการเหลื่อมเวลาเรียนในแต่ละชั้นเรียน จำกัดคลัสเตอร์ ให้เด็กต่างห้อง ต่างชั้นเรียน เจอกัน สัมผัสกันน้อยที่สุด เพื่อควบคุมโรคได้หากมีการแพร่ระบาด โดยใช้มาตรการควบคุมโรคเดียวกับ “โรคมือเท้าปาก” คือ หากมีเด็กป่วย 1 คน ปิดห้องเรียน , ป่วยหลายห้อง ปิดชั้นเรียน , ป่วยหลายชั้นเรียนให้ปิดโรงเรียน และหากมีเด็กป่วยหลายโรงเรียนในบริเวณเดียวกันก็จะปิดโรงเรียนในย่านนั้น นอกจากนี้ ให้งดกิจกรรมรวมตัวและการใช้เสียงในห้องเรียนทุกรูปแบบ เช่น การเข้าแถวหน้าชั้นเรียน พูดกล่าวสวัสดีคุณครูในชั้นเรียน เป็นต้น