NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ ถึงปริศนาอีกเรื่องของ #ดาวเสาร์ ที่ถูกไขความลับ โดยว่า “ข้อมูลจากยานแคสสินี (Cassini) ช่วยให้นักดาราศาสตร์ไขปริศนา#ความร้อนในชั้นบรรยากาศ ของดาวเสาร์ รวมถึงดาวเคราะห์แก๊สดวงอื่น

ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน เป็นดาวเคราะห์ชั้นนอกในระบบสุริยะ มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นแก๊ส (ไม่มีพื้นผิว) ดาวเคราะห์แก๊สเหล่านี้มีอุณหภูมิที่บรรยากาศชั้นนอกใกล้เคียงกับโลกทั้งๆ ที่อยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์มากกว่าโลกหลายเท่า ซึ่งแหล่งกำเนิดความร้อนบนดาวเคราะห์แก๊สเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่รอคำอธิบาย

ล่าสุดได้มีการเปิดเผยถึงการศึกษาภาพความร้อนของดาวเสาร์จากยานแคสสินี พบว่า “กระแสลม” จากการหมุนรอบตัวเอง ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์มีความหนาแน่นและมีอุณหภูมิสูง ข้อมูลดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature Astronomy เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2563 นำทีมวิจัยโดย Tommi Koskinen

แสงออโรราบนที่เกิดขึ้นบนดาวเสาร์นั้น คล้ายกับที่เกิดขึ้นบนโลก กล่าวคือ อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ตามเส้นสนามแม่เหล็กและพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศบริเวณที่เป็นขั้วแม่เหล็ก เกิดเป็นแสงเรืองขึ้นบริเวณดังกล่าว ซึ่งอนุภาคที่มีประจุเหล่านี้ มีแหล่งกำเนิดจากดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ของดาวเสาร์

บริเวณชั้นบรรยากาศที่อนุภาคพุ่งเข้ามาปะทะ จะมีความร้อนสูงกว่าบริเวณอื่น และกระแสลมที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของดาวเสาร์ จะนำพาให้ความร้อนกระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศจนถึงบริเวณเส้นศูนย์สูตร ทำให้ชั้นบรรยากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ถึง 2 เท่า

ข้อมูลที่นักวิจัยศึกษาในครั้งนี้ บันทึกในช่วงวาระสุดท้าย (Grand Finale) ของยานแคสสินี ก่อนจะจบภารกิจด้วยการพุ่งเข้าสู่ดาวเสาร์ไปเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560 แต่ข้อมูลจากการสำรวจดาวเสาร์มากกว่า 13 ปี ของยานแคสสินี้ก็ยังช่วยไขปริศนาและอธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพอากาศและชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์แก๊สดวงอื่นต่อไป

เรียบเรียง : กฤษดา รุจิรานุกูล - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.
อ้างอิง :
[1] https://www.nasa.gov/…/data-from-nasas-cassini-may-explain-…
[2] https://solarsystem.nasa.gov/…/missi…/grand-finale/overview/”