เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะผู้แทนองค์การสุขภาพสัตว์โลกของประเทศไทย (OIE delegate of Thailand) ประชุมทางไกลคณะกรรมาธิการ OIE ประจำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกไกล และโอเชียเนีย ณ ห้องประชุมพระพิรุณ ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้นำเสนอการดำเนินงานและรายงานผลเรื่องความสำเร็จในการควบคุมและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) และสถานการณ์และมาตรการควบคุมโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้าของประเทศไทย ดังนี้

1.ความสำเร็จในการควบคุมและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โรค ASF มีการระบาดเกิดในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในปนะเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยถึงแม้ไม่เกิดโรค จึงมีความเสี่ยงในเกิดโรค กรมปศุสัตว์จึงได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดโรค ได้จัดทำแผนปฎิบัติการเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคดังกล่าว มีการผลักดันยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ สนับสนุนงบประมาณ ได้อนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 แผนประกอบด้วย 3 ระยะ คือ ระยะแรก คือ ระยะก่อนเกิดโรค เป็นการเฝ้าระวังและป้องกัน ระยะที่สอง คือ ระยะเกิดโรค เป็นการกำจัดโรค และระยะที่สาม คือ ระยะฟื้นฟู เป็นการเยียวยาและฟื้นฟูความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น หลักสำคัญในการควบคุมโรค ประกอบด้วย 8 ข้อ คือ 1.ด้านนโยบายและการจัดการ 2.การป้องกัน มีการประเมินความเสี่ยง 3.ยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ 4.การเฝ้าระวังโรค 5.ด้านห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ 6.การสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น อุปกรณ์ งบประมาณ และบุคลากร 7.การสื่อสารความเสี่ยง และ 8.การบรรเทาและฟื้นฟูผลกระทบ ซึ่งจากการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ทำให้ไม่มีรายงานการเกิดโรค ASF ในประเทศไทย โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จในการป้องกันและควบคุมโรคได้คือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (PPP: Public private partnership) สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้านสุกร หน่วยงานทั้งรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุข ประเทศเพื่อนบ้าน และองค์กรระหว่างประเทศ

2.สถานการณ์และมาตรการควบคุมโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (AHS) สืบเนื่องจากการเกิดโรค AHS ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก กรมปศุสัตว์ได้รับแจ้งวันที่ 25 มีนาคม 2563 และได้เร่งลงพื้นที่สอบสวนโรคและรายงานไป OIE ทันที และรายงานต่อเนื่องรายสัปดาห์ จากการดำเนินงานต่อเนื่องภายในระยะเวลา 2 เดือน โดยสถานการณ์ล่าสุดสามารถควบคุมการเกิดโรคได้วงพื้นที่จำกัด ไม่มีรายงานม้าตายเพิ่มกว่า 10 วันแล้ว กรมปศุสัตว์ได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีการตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานเพื่อดำเนินการครอบคลุมทั้งด้านวิชาการ วัคซีน การลงพื้นที่ภาคสนาม การวิจัย และการศึกษาแมลงพาหะ มีการทำแผนปฎิบัติการกำจัดโรค AHS เพื่อคืนสถานภาพปลอดโรคจาก OIE ของประเทศไทย ประกอบด้วย 3 ระยะ โดย ระยะแรก คือ ระยะเผชิญเหตุ (กำลังอยู่ในระยะนี้) ระยะสอง คือ ระยะเฝ้าระวังและป้องกันการอุบัติโรคซ้ำ และระยะสาม คือ การขอคืนสภาพปลอดโรคของประเทศไทย โดยสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินงานให้สำเร็จ คือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน PPP เป้าหมายหลัก คือ การกำจัดโรคในประเทศไทย การควบคุมโรคในม้าลาย และการขอคืนสภาพสถานะปลอดโรคจาก OIE ภายในระยะเวลา 2 ปี

นอกจากนี้ ได้มีการเสนอพิจารณาให้มี Vaccine bank แบบชั่วคราวในภูมิภาคนี้ สำหรับโรค AHS เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค หากมีการเกิดในประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศไทยมีความพร้อมและยินดีที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมาธิการ OIE ประจำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกไกล และโอเชียเนีย ครั้งที่ 32 ในปี 2564 ณ จังหวัดเชียงราย ซึ่งจะส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการต่อไป