ด้วยนโยบายรัฐบาลประเทศรัสเซียเวลานี้มีการปลดล็อกเป็นระยะๆ ดังนั้นในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงซัมเมอร์ คนในประเทศจึงมีความต้องการเดินทางระยะใกล้ และท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่เมื่อรัฐบาลเปิดเมืองให้เดินทางข้ามประเทศก็น่าจะมีการเดินทางระยะไกล ซึ่งเป็นเดือนตุลาคมเข้าช่วงหน้าหนาว ทั้งนี้ภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมา คือ เอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทย อย่างสมุย ภูเก็ต และพัทยา เป็นต้น ในเรื่องนี้ นางสาวอโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมอสโก ประเทศรัสเซีย ได้เตรียมแผนการดำเนินงานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเมืองไทยหลังโควิด-19 ไว้อย่างน่าสนใจ

ต้องการท่องเที่ยวช่วงซัมเมอร์

โดย นางสาวอโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมอสโก ประเทศรัสเซีย กล่าวว่า แม้สถานการณ์ในประเทศรัสเซียเวลานี้ยังไม่ชัดเจน ทั้งนโยบายการเปิดเมือง และการดำเนินธุรกิจต่างๆ แต่ในเรื่องของการท่องเที่ยวก็จะมีผลวิจัยออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีผลสำรวจจากชาวรัสเซีย 1 พันคนถึงความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยว พบว่า ต้องการท่องเที่ยวช่วงซัมเมอร์ประมาณเดือนมิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคมประมาณ ประมาณ 67% ส่วนที่เหลือไม่สามารถเดินทาง เนื่องมาจากรายได้ที่ลดลงประมาณ 18% และไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยประมาณ 13-15 %

“มีประมาณ 44% ที่ตอบว่า จะเดินทางระยะสั้นสู่ประเทศตุรกี อิตาลี สเปน ในช่วงซัมเมอร์นี้ และ 32% จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนที่เหลือประมาณ 23-24% จะเป็นการท่องเที่ยวระยะไกลแถบเอเชีย อย่าง ประเทศไทย และจีน แต่ทั้งนี้ในส่วนของท่องเที่ยวระยะไกลชาวรัสเซียจะนิยมเดินทางมาพักผ่อนในช่วงฤดูหนาว หรือประมาณเดือนตุลาคม ถึงเดือนเมษายนของทุกปี ทั้งนี้ผลสำรวจยังพบว่า ส่วนใหญ่ยังกังวลถึงอันตรายที่มาจากโควิด-19 ประมาณ 62% ขณะที่อีก 28% ไม่กลัวโรคดังกล่าว"

ดังนั้น นางสาวอโนมา กล่าวว่า ด้วยผลสำรวจดังกล่าว รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ของโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ทาง ททท.สำนักงานมอสโก เวลานี้ได้ดำเนินการประสานงานกับทางทราเวลเอเยนต์ของรัสเซีย เกี่ยวกับสินค้าใหม่ๆ ผ่านทางออนไลน์ ด้วยการนำผู้ประกอบการของไทย และของรัสเซียเจอกันบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างการจดจำทั้งลูกค้า และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายระหว่างรอนโยบายที่ชัดเจนของทั้งสองประเทศ

ซึ่งทาง ททท.สำนักงานมอสโก ยังคงโฟกัสในเรื่องอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของชาวรัสเซีย และสอดคล้องกับแผนงานโดยรวมของททท. รวมถึงเป็นการทำงาน เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในวิถี New Normal ที่ ต้องจำกัดจำนวนคน โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อตั้งแต่ระดับกลาง ถึงบน ควบคู่ไปกับทำสินค้าลักชูรี่ไว้นำเสนอลูกค้ากลุ่มนี้

ทำงานร่วมกับสายการบินหลัก

อย่างไรก็ตาม นางสาวอโนมา กล่าวต่อว่า ช่วงปี 2562 ทางททท.สำนักงานมอสโก ได้ทำงานร่วมกับ นอร์ดวินด์แอร์ไลน์นำชาร์เตอร์ไฟท์ไปลงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อข้ามฝั่งไปยังเกาะสมุย โดยในปีนี้แผนการตลาดยังคงเดิม ซึ่งถ้าทางรัฐบาลทั้งสองประเทศประกาศเปิดสนามบิน ทางนอร์ดวินด์ก็จะนำกลุ่มชาวรัสเซียเดินทางมาเกาะสมุยทันที เพราะก่อนที่จะมีไวรัสโควิด-19 นั้นได้มีการหารือการตลาดในช่วงซัมเมอร์ คือ ช่วงเดือนมิถุนายนไว้ด้วย เพื่อวางแผนขายเกาะสมุยตลอดทั้งปี ทั้งนี้ทางททท.ได้ประสานการทำงานอยู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับในปีนี้อาจจะทันเดือนตุลาคมช่วงหน้าหนาว และไปเริ่มตลาดซัมเมอร์อีกครั้งในปี 2564

พร้อมกันนี้ นางสาวอโนมา กล่าวต่อว่า ในช่วงปกติจะมีชาร์เตอร์ไฟท์จากประเทศรัสเซียมาประเทศไทยประมาณ 8 แสนกว่าที่นั่ง ในช่วงหน้าหนาวประมาณเดือนตุลาคม มีประมาณมากขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบกับเที่ยวบินธรรมดาที่มีประมาณ 4 แสนกว่าที่นั่ง แต่หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไปแล้วนั้นแม้แผนการตลาดทางด้านเที่ยวบินยังเหมือนเดิม แต่ด้วยระเบียบปฏิบัติที่จะถูกนำมาใช้บนเครื่องบิน และสำคัญที่สุด คือ จำนวนที่นั่งน้อยลง ก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่อีกครั้ง ถึงกระนั้นทางผู้ประกอบการฝั่งรัสเซียก็พร้อมที่จะเริ่มทำการขายตั๋ว และออกเดินทางในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยสัดส่วนของชาวรัสเซียนิยมเดินทางเป็นกลุ่มครอบครัว ช่วงอายุระหว่าง 25-55 ปี เป็นกลุ่มวัยทำงาน โดยมาจากกรุงมอสโก กว่า 60%

ซึ่งทาง ททท.สำนักงานมอสโกยังร่วมทำงานกับเที่ยวบินธรรมดา เพราะมีกลุ่มลักชูรี่เลือกไปใช้บริการ เพื่อมาต่อเที่ยวบินในประเทศอย่างบางกอกแอร์เวยส์ เป็นการเจาะกลุ่มตลาดนิช มาร์เก็ต ขณะที่ถ้ามากับนอร์ทวินแอร์ไลน์ จะเป็นแบบแพ็คเกจอีกทั้งยังสร้างการจดจำให้กับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ด้วยการทำไวรัลวีดีโอนำเสนอในโซเชียล โดยได้ประสานงานไปยังผู้ประกอบการฝั่งเกาะสมุย และแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ของชาวรัสเซีย เพื่อนำมาแชร์กิจกรรมที่น่าสนใจ รวมทั้งมีการสอนออนไลน์ ทั้งการเรียนโยคะทำอาหาร โดยให้บล็อกเกอร์จากที่รัสเซียมาเรียนผ่านออนไลน์ แล้วนำไปเผยแพร่ต่อไป

ทั้งนี้ในปี 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเกือบ 1.4 ล้านคน โดยในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่องประมาณเดือนละ 11% เมื่อเที่ยวบินเริ่มหยุดให้บริการในเดือนมีนาคม ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียลดลง โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวรัสเซียรวม 5.86 แสนคน ลดลง 4.64% เป็นอันดับ 3 รองจากจีน และมาเลเซีย ขณะที่ตลาดรัสเซียมีจำนวนนักท่องเที่ยวเอาต์บาวนด์นอกภูมิภาคถึง 33 ล้านคน นิยมเดินทางระยะสั้นสู่ประเทศตุรกี อิตาลี สเปน ส่วนเส้นทางระยะไกล อันดับ 1 คือ จีน ตามมาด้วยไทย สร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยกว่า 1.3 แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปี 2561 เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน โดยหลายฝ่ายคาดว่าเที่ยวบินประจำระหว่างประเทศของรัสเซียน่าจะกลับมาบินได้ในเดือนสิงหาคม และเที่ยวบินเหมาลำจะบินได้ในช่วงเดือนตุลาคม