ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ หรือ โครงการนาแปลงใหญ่ เป็นโครงการที่รวมนาแปลงนาเล็กๆของเกษตรกรแต่ละคนให้ได้เป็นกลุ่มเกษตรกร 30 รายขึ้นไป ให้เป็นแปลงใหญ่ 300 ไร่ขึ้นไปเป็นโครงการที่รวมเกษตรกรให้เป็นองค์กร เพื่อลดต้นทุนในการผลิต เพิ่มผลผลิตข้าว ยกระดับคุณภาพผลผลิต เชื่อมโยงตลาด และเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการ

นางสาวดาวพระศุกร์ สัตยากุล เล่าว่า ตนเป็นเกษตรกรที่ผันตัวจากการเป็นสาวโรงงานมาผลิตข้าวและเข้าร่วมนาแปลงใหญ่ จ.อุบลราชธานี โดยมีศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยให้ความรู้และส่งเสริมเกษตรกรภายในกลุ่มให้ผลิตข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอนนี้ก็ได้ปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์หลังจากช่วงผลิตข้าวคุณภาพเพื่อเป็นการสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง ก็จะมีพันธุ์ข้าวเหนียวลืมผัว ข้าวกล้องหอมมะลิ 105 ข้าวไรซ์เบอรี่ ซึ่งข้าวไรซ์เบอรี่มียอดขายสูง ลูกค้าจะจับจองเป็นจำนวนมากทุกปี เพราะว่าข้าวของเราจะมีความหอม ความนิ่ม อร่อย แล้วก็สะอาด เน้นคุณภาพของข้าวมากที่สุด ตอนนี้กรมการข้าวก็ได้เข้ามาส่งเสริมมีพันธุ์ข้าว แล้วก็มีการจัดอบรมให้ความรู้ สนับสนุนเครื่องจักร การทำปุ๋ยชีวภาพใช้ในแปลงนา เพื่อที่จะผลิตข้าวให้ได้คุณภาพ ตลอดจนให้ความรู้ในด้านการเกี่ยวกับเกษตรอย่างครบวงจร

“ระยะเวลาแค่ 3 ปีกลับมาทำตรงนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เราสามรถผลิตผลิตข้าวที่มีคุณภาพ มีรายได้เสริมจากการปลูกข้าวเพิ่มขึ้น ลูกค้าจับจองสินค้า ตอนนี้มีความเชื่อมั่นและจะพัฒนาข้าวให้ได้คุณภาพต่อไป ต้องขอบคุณทางกรมทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี กรมการข้าว ที่ได้ให้ความรู้และแนวทางในทางปฏิบัติ รวมถึงการการรวมกลุ่มแล้วก็ทำให้ชาวบ้านมีความเข้มแข็ง คุณภาพชีวิตดีขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้น จนกลุ่มนาแปลงใหญ่เราประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ค่ะ”นางสาวดาวพระศุกร์ กล่าว

ด้านนางสาวดวงจันทร์ เกษบุตร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี กล่าวว่า พื้นที่ของกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่แห่งนี้มีพื้นที่ติดต่อกันเป็นจำนวนมาก และมีจุดแข็งหลากหลายด้าน เรียกได้ว่าทั้งตำบลมีการมาเข้าสู่นาแปลงใหญ่ แล้วก็อยู่ในพื้นที่ชลประทาน กรมการข้าวเห็นว่าเป็นพื้นที่ ที่เหมาะสมในการที่จะถ่ายทอดความรู้และมาทำกิจกรรมนาแปลงใหญ่ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความรู้และลงมือทำอย่างใกล้ชิด แล้วตัวเกษตรกรเองก็มีความสามารถในเรื่องการขายข้าว สามารถจะเชื่อมโยงตลาดได้ดี

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี จึงได้มาจัดกิจกรรมในรูปแบบเวทีชุมชน เพื่อที่จะมาวิเคราะห์ ว่าทางชุมชนมาเข้าสู่โครงการนาแปลงใหญ่แล้วมีความต้องการจะพัฒนากลุ่มนาแปลงใหญ่ไปในแนวทางไหน และมีปัญหาอุปสรรค์อะไร ที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะเข้ามาร่วมพัฒนาไปได้ เพื่อที่จะช่วยให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรที่อยู่ในชุมชนใกล้เคียงแล้วก็ที่อื่นได้ว่าสามารถผลิตข้าว และจำหน่ายอย่างครบวงจรโดยพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งส่วนใหญ่พื้นที่ที่เกษตรกรปลูกประมาณ 400 กว่าไร่ จะเป็นข้าว กข.15 แต่ว่าเกษตรกรหลังจากทำนาปีแล้วด้วยความที่อยู่ในพื้นที่ชลประทาน ข้าวก็จะปลูกได้ง่ายก็จะปลูกข้าวพันธุ์อื่นๆเพื่อหารายได้เสริมได้อีกด้วย

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี โดยกรมการข้าว ร่วมกับหน่วยงานภาคีแปลงใหญ่ทั้งภาครัฐ และเอกชนทุกหน่วยงาน ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรในกลุ่มนาแปลงใหญ่มีการบริหารจัดการกันภายในกลุ่ม เริ่มจากนาแปลงใหญ่ทุกกลุ่มจะต้องมีกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กลุ่มผลิตข้าวคุณภาพ กลุ่มบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และกลุ่มบริหารจัดการศัตรูข้าว เพื่อมาผลิตข้าวที่มีคุณภาพ เช่น ข้าวคุณภาพ GAP หรือข้าวอินทรีย์ นอกจากนี้ยังสนับสนุนในเรื่องของการนำข้าวที่ผลิตได้ไปตรวจสอบคุณภาพ เพื่อรับรองว่าข้าว และเมล็ดพันธุ์ข้าวได้คุณภาพ และนำไปจำหน่ายให้เกษตรกรต่อไป

ทั้งนี้ หากเกษตรกรท่านใดมีความสนใจเข้าโครงการนาแปลงใหญ่ ที่มีจุดประสงค์สำคัญหลัก คือ อยากให้เกษตรกรมารวมกลุ่มกันให้เข้มแข็ง มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ แล้วก็สามารถที่จะเป็นต้นแบบในการผลิตข้าวได้คุณภาพให้กับชุมชนรอบข้าง และลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ก็สามารถสมัครเข้าร่วมกลุ่มนาแปลงใหญ่ผ่านทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานีได้โดยตรง