ภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 เห็นชอบให้บริษัทการบินไทย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้เสนอ 4 รายชื่อ เพื่อเป็นคณะกรรมการ หรือซุปเปอร์บอร์ดการบินไทย ประกอบด้วย 1.นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำกับดูแลการบินไทย 2. นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม 3. นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ 4. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจากรายชื่อดังกล่าว ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างต่อเนื่อง

โดยนายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัว โดยได้แชร์ข้อความของนายกรณ์ จาติกวณิช ที่โพสต์เฟซบุคส่วนตัวไว้เมื่อ 24 พฤษภาคม 2555 ที่มีหัวเรื่องว่า “อีกครั้งกับการบินไทย” โดยนายอัษฎางค์ ได้เขียนบรรยายประกอบเพียงข้อเขียนของนายกรณ์ว่า

“ นี่คือแบบอย่างของนักการเมืองที่เราต้องการ นักการเมืองที่ตั้งใจจะแก้ปัญหาของชาติ ทำสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ที่สำคัญที่สุดคือ มือสะอาด ใจสะอาด สิ่งหนึ่งที่เหมาะสมกับการอธิบายเหตุการณ์ปัจจุบันของการบินไทยคือ มีความเป็นไปได้ที่การบินไทยจะหายจากการขาดทุนและกลับมามีกำไร ถ้าได้นักการเมืองและนักบริหารที่ดีและมีฝีมือ”

สำหรับข้อความที่นายกรณ์ ได้โพสต์เมื่อไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว มีใจความว่า

“วันที่ผมเข้ารับตำแหน่ง รมต.คลัง เมื่อเดือนธันวาคม 2551 คำถามที่ผู้สื่อข่าวถามมากที่สุดก็คือ “การบินไทยจะ เจ๊งไม๊” เพราะปีนั้นขาดทุน 20,000 ล้านบาท ภารกิจแรกตอนนั้นคือ หาผู้บริหารที่ทุกคนไว้วางใจ เราได้คุณปิยสวัสดิ์มา ผมถือว่าเราได้ถูกคนถูกเวลา บริษัทกลับมามีกำไรรวมสามปี 16,000 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่โดนทั้งเหตุการณ์ราชประสงค์ และน้ำท่วม ราคาหุ้นก็สะท้อนผลประกอบการที่ดีขึ้น และความมั่นใจโดยรวม โดยปรับขึ้นจาก 7 บาท ถึงสูงที่สุด 57 บาท ที่แก้ปัญหาได้ก็เป็นเพราะทุกคนร่วมเสียสละ โดยเฉพาะพนักงานทุกระดับ และที่เขายอมเสียสละก็เพราะ เขาเห็นว่าคณะกรรมการและผู้บริหาร เอาจริงเอาจังกับการปรับปรุงองค์กร คนไทยส่วนใหญ่อยากภาคภูมิใจกับการบินไทยครับ”