พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ในเครือ บมจ.มั่นคงเคหะการ ชี้ COVID-19 ไม่ส่งผลกระทบที่เด่นชัดต่อธุรกิจเพื่อเช่าและบริการ เล็งขยายพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าอีกกว่า 200 ไร่ 150,000 ตารางเมตร รับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ดันรายได้ธุรกิจเพื่อเช่าและบริการเพิ่ม

นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (PD) ในเครือ บมจ. มั่นคงเคหะการ หรือ MK ผู้พัฒนาและบริหารโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน (Bangkok Free Trade Zone : BFTZ) เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าภายใต้โครงการ Bangkok Free Trade Zone ซึ่งตั้งอยู่ที่ บางนาตราด กม.23 ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น ในทางกลับกันพบว่ามีกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามาติดต่อเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่เริ่มเห็นสัญญาณเด่นชัดตั้งแต่มีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน (Trade war) ส่งผลให้จีนมองหาแหล่งผลิตและ ฐานกระจายสินค้าใหม่ ดังนั้นถึงถือเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจให้เช่า
ทั้งนี้นับตั้งแต่พัฒนาโครงการ BFTZ ในปี 2559 ปัจจุบัน พรอสเพค มีพื้นที่อาคารโรงงานและคลังสินค้าประมาณ 220,000 ตารางเมตร ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงถึง 160% ซึ่งหากพัฒนาเต็มพื้นที่ในโครงการ พรอสเพค จะมีพื้นที่ทั้งหมด 300,000 ตารางเมตร ภายในไตรมาสแรกของปี 2564 โดยในไตรมาสแรกของปี 2563 สามารถสร้างรายได้แล้ว 101 ล้านบาท

สำหรับปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้ BFTZ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากโครงการดังกล่าวมีความโดดเด่นที่มีทั้งส่วนที่เป็น Free Zone และ General Zone มีพื้นที่ในการบริการทั้งในส่วนที่เป็นคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า มีระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 1,000 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีม่วงที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ มีการคมนาคมที่สะดวก สามารถเดินทางไปยังเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพียง 50 กิโลเมตร มีบริการเสริมสำหรับอำนวยความสะดวกที่เตรียมไว้ให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ อาทิ Consulting Service เป็นบริการให้คำปรึกษาเรื่องการขออนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทย ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมในการทำธุรกิจ เอกสารประกอบ และให้คำปรึกษาด้านการขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากร (กศก. 185) เป็นต้น
นอกจากนี้ทางโครงการยังมีระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบการบำบัดน้ำเสีย ระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบรักษาความปลอดภัย และการดูแลความสะอาดภายในโครงการ และยังมี โซนร้านค้า ร้านอาหาร และบริการด้านศุลกากรสำหรับการบริการผู้เช่าอีกด้วย

อย่างไรก็ตามจากแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงได้เดินหน้าขยายธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าใหม่อีกจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณ กม.19 และย่านเทพารักษ์ รวม 150,000 ตารางเมตร ซึ่งโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าทั้ง 2 แห่ง จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปลายปี 2563 ซึ่งหากมีการพัฒนาเต็มทุกเฟสจะทำให้บริษัทมีพื้นที่อาคารโรงงานและคลังสินค้ากว่า 450,000 ตารางเมตร ในปี 2564 พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ด้วย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน