"CCP" เผยผลประกอบการ Q1/63 กวาดรายได้รวม 718.88 ล้านบาท กำไรสุทธิ 43.48 ล้านบาท โตกระฉูด 3,169% มองธุรกิจคอนกรีตและวัสดุก่อสร้าง Q2/63 แนวโน้มดี งานภาครัฐหนุน ชูกลยุทธ์ บริหารจัดการต้นทุน เพิ่มความสามารถการทำกำไร ขยายฐานลูกค้า พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป รองรับงานโครงสร้างพื้นฐาน และงาน Landscape มั่นใจทั้งปีรายได้เติบโตตามเป้า 10 %

นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1/ 2563 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 718.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 637.98 ล้านบาท จำนวน 80.91 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.68% และมีกำไรสุทธิ 43.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.33 ล้านบาท จำนวน 42.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,169%

ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 12.53% จากปริมาณความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปของโครงการภาครัฐและเอกชนสูงขึ้น และการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น สำหรับกลุ่มรายได้จากการให้เช่าและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 27.62% จากการให้เช่าและบริการรถขนส่งสินค้าประเภทคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) อีกทั้งผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย บมจ.สมาร์ทคอนกรีต (SMART) ปรับตัวดีขึ้นมาก

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/63 ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากงานโครงการลงทุนเมกะโปรเจ็ค และโครงสร้างพื้นฐานในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)อาทิ นิคมอุตสาหกรรม ทยอยดำเนินงานก่อสร้าง อีกทั้งยังมีโครงการของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่างๆที่มีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานถนน ขณะที่ภาคเอกชนยังคงชะลอการลงทุนจากผลกระทบสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 ซึ่งคาดว่าผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ เร่งระบายสต็อกและกลับมาทยอยลงทุนอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุน และพัฒนาสินค้าใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูงต่อเนื่อง เพื่อรองรับงานโครงสร้างพื้นฐานและเอกชน ได้หลากหลาย อาทิ ท่อคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทเป็นผู้นำและมีความเชี่ยวชาญในการผลิตท่อขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ และเน้นการขยายฐานลูกค้า กลุ่มสถาปนิก ผู้รับเหมารายย่อย โครงการขนาดกลาง-เล็ก ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความต้องการใช้งานคอนกรีตสำเร็จรูปเพื่องานก่อสร้าง Land Scape เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าคอนกรีตสำเร็จรูปกลุ่มบล็อกกำแพง บล็อกกันหน้าดิน บล็อกปูพื้น ที่ช่วยแก้ปัญหางานก่อสร้าง ลดต้นทุน ทำให้งานเสร็จรวดเร็ว

ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ประมาณ 1,700 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในระยะเวลา 1 ปีครึ่งแบ่งเป็นการรับรู้รายได้ภายในปีนี้ 60% โดยบริษัทจะทยอยประมูลงานเข้ามาเพิ่มอีกในอนาคต เพื่อรักษาระดับมูลค่างานในมือ (Backlog)ไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถรักษาการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,800 ล้านบาท หรือเติบโต 10% สัดส่วนรายได้มาจากงานภาครัฐ 80% และภาคเอกชน 20%

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน