นายปีเตอร์ กาญจนพาสน์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ที่จะคลายล็อกระยะ 2 ขยับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23.00-04.00 น. และห้างสรรพสินค้าเปิด-ปิดเวลา 10.00-20.00 น. ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 นี้ ทางบริษัทฯ ในฐานะผู้บริหารศูนย์การค้า 3 แห่งในพื้นที่เมืองทองธานี ประกอบด้วย คอสโม บาซาร์ บีไฮฟ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ และ เดอะ พอร์ทอล รวมถึงช้อปปิ้งมอลล์ ป็อปปูล่า วอร์ค และเอาท์เล็ต สแควร์ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันและเวลาดังกล่าว ยกเว้น เดอะ พอร์ทอล จะเปิดบริการภายหลังด้วยสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

การคัดกรองอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ได้วางมาตรการเฝ้าระวังและป้องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และปฎิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรการหลัก 5 ข้อ ได้แก่ 1.การคัดกรองอย่างเข้มงวด 2.การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) 3.ลดการสัมผัส 4. เพิ่มความถี่ทำความสะอาด 5.การติดตามเพื่อปลอดภัย ซึ่งเคร่งครัดในทุกข้อและครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งหมดของศูนย์การค้า นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือร้านค้าต่างๆ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติของตัวเองเพื่อให้เหมาะสมกับประเภทการบริการ ประเภทของสินค้า โดยนำเสนอเพื่อพิจารณารับทราบและวางแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมร่วมกัน คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 เพิ่มความถี่ทำความสะอาด

ในเบื้องต้นทางบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี เพื่อเข้าตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ก่อนเปิดบริการ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ซึ่งต่อจากนี้ในทุกห้างสรรพสินค้า ช้อปปิ้งมอลล์ ในเมืองทองธานีจะใช้คู่มือมาตรการเดียวกัน ดังนี้ 1.การคัดกรองอย่างเข้มงวด ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้า พนักงาน ร้านค้า ตลอดจนผู้เข้ามาใช้บริการ 100% ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิต้องไม่เกิน 37.5 องศา ในส่วนของพนักงานประจำร้านค้าจะตรวจวัดอุณหภูมิทุก 3 ชั่วโมง หากมีอุณหภูมิสูงหรือเข้าข่ายเสี่ยง จะต้องหยุดปฏิบัติงานไปพบแพทย์ทันที

การเว้นระยะห่าง

ส่วนมาตรการที่ 2.การเว้นระยะห่าง ต้องจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร กำหนดทางเข้า-ออก ชัดเจน ในบางร้านค้าขนาดเล็กห้ามการเดินสวนกัน เพื่อลดความแออัด กำหนดระยะห่าง 1-1.5 เมตร ในพื้นที่ส่วนรวม เช่น จุดชำระเงิน เคาน์เตอร์บริการ ลิฟท์ บันไดเลื่อน จุดยืนรอห้องน้ำ รวมทั้งจัดโซนพิเศษสำหรับพนักงาน ดีลีฟเวอรี่ ให้มีระยะห่างระหว่างมาใช้บริการ งดกิจกรรมการตลาดที่จะก่อให้เกิดความแออัดในพื้นที่ จัดโต๊ะทานอาหารในพื้นที่ศูนย์อาหาร วางป้ายประชาสัมพันธ์เรื่อง Social Distancing เป็นระยะ ติดตั้ง Counter Shield ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ 3.ลดการสัมผัส ส่งเสริมการใช้ระบบ Cashless และ E-payment เพื่อลดการสัมผัส

ลดการสัมผัสส่งเสริมการใช้ระบบ Cashless

อีกทั้ง 4.ยังเพิ่มความถี่ทำความสะอาด ทำความสะอาดพื้นผิว อุปกรณ์ชั้นวาง และจุดบริการร่วมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 30 นาที พร้อมมีเจลล้างมือให้บริการในห้องน้ำทุกห้อง ทำความสะอาดศูนย์อาหาร พื้น โต๊ะเก้าอี้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 30 นาที บริการเครื่องอบช้อน ส้อม ระบบยูวี ทำความสะอาดห้องลองสินค้า แยกเสื้อผ้าที่ลูกค้าลองแล้วนําไปฆ่าเชื้อพนักงานร้านค้าให้บริการสวมใส่หน้ากากอนามัยและ Face Shield ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบัตรศูนย์อาหาร บัตรจอดรถก่อนให้บริการทุกครั้ง และทุกร้านค้ามีบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ติดตั้งจุดบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อสำหรับพนักงาน ดีลีฟเวอรี่ เครื่อง UV-C โอโซนฆ่าเชื้อในระบบปรับอากาศและพื้นที่ส่วนกลางทุกคืนหลังปิดศูนย์ฯ เช่น พื้นที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต แม็กซ์แวลู ลานอเนกประสงค์กลางห้าง ร้านอาหาร ฟิตเนส และโรงภาพยนตร์ เป็นต้น บิ๊กคลีนนิ่งพื้นที่ร้านค้าสัปดาห์ละ 1ครั้ง จัดเตรียมถังขยะแยกทิ้งหน้ากากอนามัย ประกาศเสียงตามสายขอความร่วมมือรักษาความสะอาด

บิ๊กคลีนนิ่งพื้นที่ร้านค้าสัปดาห์ละ 1ครั้ง

ด้าน 5.ใช้ระบบติดตามเพื่อปลอดภัย การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ลูกค้า พนักงาน ร้านค้า ต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันคัดกรองของภาครัฐ มีการจัดทำบันทึกประวัติข้อมูลการเดินทางและสุขภาพย้อนหลัง 14 วันในกลุ่มผู้ที่ต้องแยกคัดกรอง เพื่อสามารถติดตามตัวผู้มีความเสี่ยงได้ทันท่วงที ซึ่งจากนี้ไปการดำเนินชีวิตจะเปลี่ยนสู่วิถีใหม่ หรือ new normal ที่ทุกคนใส่ใจเรื่องสุขภาพ ดังนั้นมาตรฐานความปลอดภัย จึงอยู่บนพื้นฐานการปฏิบัติตามข้อแนะนำร่วมกันอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การมาใช้บริการเป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัยสูงสุด

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน