"เต้ยเป๋าตุง" วิเคราะห์เกมการแข่งขัน "ฟุตบอลลีกดังทั่วโลก" ประจำวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2563

- บุนเดสลีกา เยอรมัน (Germany BundesLiga)

(16) ดุสเซลดอร์ฟ - (18) พาเดอร์บอร์น (แข่งขันเวลา 20.30 น.)

ดุสเซลดอร์ฟ : นัดนี้ทีมมีนักเตะบาดเจ็บ 2 ราย คือ แซ็ค สเตฟเฟ่น กับ ดาวิด คอฟนัคกี้ ยังไม่สามารถกลับมาช่วยทีมได้ โดยเฉพาะรายหลังซึ่งเป็นนักเตะค่าตัวแพงสถิติสโมสร ต้องพักประมาณ 2-3 เดือน นอกจากนั้น โอลิเวอร์ ฟิงค์ กองกลางกัปตันทีม ก็หลุดจากทีมด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่จะได้ อันเดร ฮอฟฟ์มาน กองหลังตัวหลักพ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้ ทางด้านแนวรุกวาง เคนาน คารามัน ที่ลงเล่น 11 นัด ยิงไป 4 ประตู ลงล่าตาข่ายคู่กับ รูเวน เฮนนิ่งส์ ที่เล่นไปแล้ว 24 นัด ยิง 11 ประตู โดยเกมนี้ อูเว่ รอสเลอร์ กุนซือดุสเซลดอร์ฟ จะมาเล่นในระบบ 3-5-2 : ฟลอเรียน คาสเตนไมเออร์, คาย อายฮาน, มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น, มาร์คุส ซุตต์เนอร์, มัทธิอัส ซิมเมอร์มันน์, เควิน สโตเกอร์, วาลอน เบริช่า, เอริค ธอมมี่, อดัม บ็อดเซก, เคนาน คารามัน, รูเวน เฮนนิ่งส์

พาเดอร์บอร์น : พวกเขามีข่าวดี คือ สเตรลี่ บัมบ้า, สเวน มิเชล และอูเว่ ฮูเนไมเออร์ หายเจ็บกลับมาแบบแพ็กคู่ เช่นเดียวกับ สเวน มิเชล ที่กลับมาซ้อมได้แล้ว จะเหลือเพียงแค่ ลูก้า คิลเลี่ยน กองหลังวัย 20 ที่ยังรักษาตัวอยู่ ส่วนตัวใหม่อย่าง แอนโธนี่ย์ อีแวนส์ ที่ดึงตัวมาจากเอฟเวอร์ตัน จะเป็นตัวเลือกตรงแดนบน ทั้งนี้แกนหลักหน้าเดิมๆอย่าง ไค โพรเกอร์, เดนนิส เซอร์เบนี่ กับ เซบาสเตียน วาซิเลียดิส จะลงประสานงานร่วมกันเหมือนเดิม โดยเกมนี้ สเตฟเฟ่น บอมการ์ต กุนซือของพาเดอร์บอร์น จะลงเล่นในระบบ 4-5-1 : เลฟโพลด์ ซิงเกอร์เล่, โลร็องต์ ยานส์, คริสเตียน สโตรห์เดี๊ยค, เซบาสเตียน ชอนเลา, ฌามิลู คอลลินส์, คริสโตเฟอร์ อันต์วี่-อัดยี่, ไค โพรเกอร์, เคล๊าส์ กาซูล่า, เซบาสเตียน วาซิเลียดิส, เดนนิส ยาสเตอร์เซมส์กี้, เดนนิส เซอร์เบนี่

"เต้ยเป๋าตุง" : เจ้าถิ่นฟอร์มก่อนช่วงหยุดกักตัวโควิด-19 ใช้ได้เลยทีเดียว โดย 6 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 ส่วนทางด้าน พาเดอร์บอร์น 6 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 2 คู่นี้เป็นการแข่งขันของทีมท้ายตารางดูฟอร์มแล้วสูสีกันมาก แต่เชื่อว่านัดนี้ทีมเยือนจะบุกมาเก็บแต้มออกไปได้ ฟันธงให้เชียร์ พาเดอร์บอร์น แน่นอนกว่า

(9) ฮอฟเฟ่นไฮม์ - (13) แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (แข่งขันเวลา 21.30 น.)

ฮอฟเฟ่นไฮม์ : เกมนี้ได้เล่นในบ้าน มีข่าวดีเมื่อ อันเดร ครามาริช กองหน้าชาวโครแอต ที่ลงเล่น 14 นัด ยิงไปแล้ว 7 ประตู หายเจ็บกลับมาซ้อมในช่วงเก็บตัวโควิด-19 มีลุ้นออกสตาร์ท แต่ที่ยังไม่ได้ลงเล่นแน่นอน คือ ซาโลมง กาลู แรวรุกชาวไอวอรี่โคสต์ ที่โดนสโมสรแบน ฐานทำผิดกฏช่วงเก็บตัวโควิด-19 รวมถึงแข้งที่เจ็บก่อนหน้านี้ 4 ราย คือ เออร์มิน บิซัคซิช, ซาร์กิส อดัมยาน, มูนาส ดาบูร์ และอิชัค เบลโฟดิล สำหรับความพร้อมของทีมจะเล่นในระบบ 4-3-3 : โอลิเวอร์ เบามันน์, เซบาสเตียน รูดี้, นอร์ดเวียต, เบนจามิน ฮุบเนอร์, ซูเบอร์, ดิยาดี้ ซามัสเซกู, พาเวล คาเดราเบ็ค, ฟลอเรี่ยน กริลลิช, อันเดร ครามาริช, คริสโตฟห์ บอย์มการ์ตเนอร์, เบดู

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน : มีปัญหาตรง 2 แนวรับอย่าง เดอดริค โบยาต้า และปีเตอร์ เปคาริก ที่ยังต้องลุ้นว่าจะลงได้ไหม ส่วนทางด้านแดนกลางยังไม่สามารถใช้งาน วลาดิเมียร์ ดาริด้า ซึ่งติดโทษแบนค้างมาจากเกมสุดท้ายก่อนกักตัวโควิด-19 สำหรับแนวรุกอยู่กันครบ คาดว่า เคอร์ซิสตอฟ พิยาเต็ค ที่ลงเล่นไป 6 นัด ยอง 1 ประตู ลงยืนหน้าเป้า โดยมี จาวาริโอ ดิลโรซัน ที่ลงเล่น 18 นัด ยิง 3 ประตู เป็นหน้าต่ำ เกมนี้ อเล็กซานเดอร์ นูรี กุนซือแฮร์ธ่าฯ จะใช้ระบบ 4-2-3-1 : โธมัส คราฟต์, ลูกัส คลุนเตอร์, เดอดริค โบยาต้า, จอร์แดน โตรูนาริก้า, มักซิมิเลี่ยน มิตเทิ่ลสตัดท์, มาริอุส โวล์ฟ, ซานติอาโก้ อัสชาชิบาร์, มาร์โก้ กรูยิช, จาวาริโอ ดิลโรซัน, มาเธอุส คุนญ่า, เคอร์ซิสตอฟ พิยาเต็ค

"เต้ยเป๋าตุง" :
ฟอร์มของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 6 นัดล่าสุด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 3 โดยยิงไปถึง 10 ประตู ส่วนทางด้าน แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ฟอร์ม 6 นัดที่ผ่านมา ชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ 2 โดยยิงไป 10 ประตูเหมือนกัน ดูแล้วค่อนข้างสูสี แต่เกมนี้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ได้เล่นในถิ่นตัวเอง ฟันธงให้เชียร์เจ้าถิ่นชนะชัวร์ไม่มั่วนิ่ม

(2) ดอร์ทมุนด์ (2) - (6 ) ชาลเก้ (แข่งขันเวลา 20.30 น.)

ดอร์ทมุนด์ : เกมดาร์บี้แมตช์นัดนี้ ทีมยังขาดแข้งหลักไปหลายรายกับปัญหาบาดเจ็บ ซึ่งมีคีย์แมนอย่างกัปตันทีม มาร์โก รอยส์ ที่ยิงไปแล้ว 11 ประตู และ อั๊กเซล วิตเซิ่ล ตัวคุมจังหวะแดนกลางทีมชาติเบลเยียมรวมอยู่ด้วย เบื้องต้นจะให้ โธมัส เดอลานี่ย์ ลงเล่นแทนในแผงมิดฟิลด์ ส่วน 3 ประสานตัวรุกของเจ้าบ้านมี ธอร์แกน อาซาร์กับ 2 วัยรุ่นเนื้อหอมทั้ง ยาดอน ซานโช่และ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ โดยเกมนี้จะมาเล่นในระบบ 3-4-3 : โรมัน บูร์กี้ - ลูคัส พิสเซค, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, มานูเอล อาคานยี่, อาชรัฟ ฮาคิมี่, จูเลี่ยน บรันด์, โธมัส เดอลานี่ย์, ราฟาเอล เกร์เรโร่, ยาดอน ซานโช่, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์, ธอร์แกน อาซาร์

ชาลเก้ : เกมนี้ ดาวิด ว้ากเนอร์ กุนซือใหม่ถอดด้ามของ ชาลเก้ ต้องประเดิมเกมแรกเป็นดาร์บี้แมตช์ แถมยัง ยังขาดตัวหลักที่บาดเจ็บถึง 2 รายคือ โอซาน คาบัค เซนเตอร์แบ็กชาวเติร์กและห้องเครื่องสเปนอย่าง มาสกาเรล พ่วงด้วยแข้งอะไหล่ เบนจามิน สตอมบูลี่ ทำให้แผงหลังต้องเสริม ฌองแกลร์ก โตดิโบ้ที่ซีซั่นนี้ลงเล่นบุนเดสลีก้าแค่ 5 เกม ขยับไปโซนโจมตี โดยนัดนี้คาดว่าจะเล่นในระบบ 3-4-1-2 : มาร์คุส ชูแบร์, ฌองแกลร์ก โตดิโบ้, ซาลิฟ ซาเน่, มาติย่า นาสตาซิช, จอนโจ้ เคนนี่, เวสตัน แม็คเคนนี่, ซูอัต แซร์ดาร์, บาสเตียน อ๊อกซิปก้า, อามีน ฮาริต, กีโด บวร์กสตัลเลอร์, เบนิโต้ รามาน

"เต้ยเป๋าตุง" : นัดนี้เป็นเกมดาร์บี้แมตช์ ผลงานการพบกันของทั้งสองทีมค่อนข้างสูสีกันทีเดียว แต่ผลงานช่วงก่อนกักตัว 6 นัดล่าสุด เจ้าถิ่นชนะ 5 แพ้แค่ 1 ส่วนทีมเยือน 6 นัดล่าสุดในลีกยังไม่ชนะใครเลย เสมอ 4 แพ้ 2 ฟันธงเชียร์ ดอร์ทมุนด์ นอนหลับสบาย

(14) เอาก์สบวร์ก - (7) โวล์ฟสบวร์ก (แข่งขันเวลา 20.30 น.)

เอาก์สบวร์ก : สภาพทีมล่าสุดก่อนลงสนามจะไม่มี ไฮโก้ แฮร์ลิช กุนซือคนใหม่ ลงมาคุมทีมข้าสนาม เนื่องจากต้องถูกกักตัวถึง 14 วัน ชวดทั้งคุมทีมและคุมซ้อม หลังฝ่าฝืนกฎออกไปซื้อยาสีฟันเมื่อคืนวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนนักเตะไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามาเพิ่มเติม นอกเสียจาก ไซม่อน อัสต้า แบ็คขวาดาวรุ่งวัย 19 ปี ที่เข้ารับการผ่าตัดต้องพักยาวตลอดซีซั่นนี้ คาดว่านัดนี้จะเล่นในระบบ 4-2-3-1 : โทมัส คูเบค - ราฟาเอล ฟรัมแบร์เกอร์, เจฟฟรี่ กูเวลูว์, ติน เชดวาย, ฟิลิปป์ มักซ์, รานี่ เคดิร่า, ดาเนี่ยล เบเยอร์ - มาร์โก ริกเตอร์, เอดูอาร์ โลเว่น, รูเบน วาร์กัส, ฟลอเรี่ยน นีแดร์เลชเนอร์

โวล์ฟสบวร์ก : นัดนี้จะไม่สามารถใช้บริการ วู้ต เว็กฮอร์สต์ หัวหอกคนสำคัญที่ติดโทษแบนสะสมเหลืองครบโควต้า นั่นหมายความว่า ดาเนี่ยล กินเช็ค น่าจะได้รับโอกาสออกสตาร์ทล่าตาข่ายเป็นตัวจริงแทน ขณะที่แข้งเดี้ยง 4 รายยังคงเป็นพวกหน้าเดิมๆ ทั้งสิ้น คาดว่า กลาสเนอร์ จะมาเล่นในระบบ 4-3-3 : โกเยน กัสตีลส์ - เกวิน เอ็มบาบู, โรบิน น็อคเก้, จอห์น บรู้คส์, เฌอโรม รุสซิยง, เรนาโต้ สเตฟเฟ่น, ซาเวอร์ ชลาเกอร์, มักซิมิเลี่ยน อาร์โนลด์, อั๊ดเมียร์ เมห์เมดี้, ดาเนี่ยล กินเช็ค, โจซิป เบรกาโล่

"เต้ยเป๋าตุง" : ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดในลีกของ เอาก์สบวร์ก ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 4 ส่วนทางด้านทีมเยือน 6 นัดหลังสุดยังไม่แพ้ใคร โดยชนะ 3 เสมอ 3 ดูจากฟอร์มแล้วนัดนี้ให้เชียร์ โวล์ฟสบวร์ก บวกยาวๆ

(3) ไลป์ซิก - (8) ไฟร์บวร์ก (แข่งขันเวลา 21.30 น.)

ไลป์ซิก : นัดนี้ได้เล่นในถิ่นตัวเอง โดยทีมจะขาด ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศสที่ต้องชดใช้โทษแบน ส่วนแผงหลังจะเติม นอร์ดี้ มูกิเอเล่ ลงมาเล่นกับ ลูกัส โคลสเตอร์มันน์ และมาร์เซล ฮัลสเท่นแบร์ก พร้อมขยับ อันเจลิโน่ ขึ้นเล่นด้านข้างที่ปกติเป็นของ มูกิเอเล่ ส่วนโซนบน คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู กับดาวยิงตัวเก่ง ติโม แวร์เนอร์ รับผิดชอบเจาะจากริมเส้น โดยใช้ พาทริค ชิค ศูนย์หน้าเทคดีดีสัญชาติเช็ก ยืนค้ำตรงกลาง โดยนัดนี้ จูเลี่ยน นาเกิ้ลส์มันน์ กุนซือไลป์ซิก จะมาเล่นในระบบ 3-4-3 : ปีเตอร์ กูลัคซี่, นอร์ดี้ มูกิเอเล่, ลูกัส โคลสเตอร์มันน์, มาร์เซล ฮัลสเท่นแบร์ก, ไทเลอร์ อดัมส์, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, คอนร้าด เลเมอร์, อันเจลิโน่, คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู, พาทริค ชิค, ติโม แวร์เนอร์

ไฟร์บวร์ก : คริสเตียน สไตรช์ กุนซือไฟร์บวร์ก สามารถเรียกใช้งานนักเตะได้อย่างเต็มที่ เพราะทีมแพทย์อาศัยช่วงพักลีกจากสถานการณ์โควิด-19 เยียวยาผู้เล่นจนล่าสุดเหลือเจ็บแต่คนเดียว คือ ลูกัส คุบเลอร์ โดยคาดว่านัดนี้จะเล่นในระบบ 3-4-3 : อเล็กซานเดอร์ ชโวลอฟ, มานูเอล กัลด์, โรบิ้น ค็อก, โดมินิค ไฮนซ์, โจนาต็อง ชมิด, ยานนิค ฮาเบอเรอร์, นิโกลัส ฮอฟเลอร์, คริสเตียน กุนเตอร์, ลูก้า วัลด์ชมิดท์, นีล พีเตอร์เซ่น, วินเชนโซ่ กริโฟ่

"เต้ยเป๋าตุง" : ไลป์ซิก ฟอร์ม 6 นัดล่าสุดในลีก ชนะ 2 เสมอ 4 ส่วนทีมเยือน ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 3 โดยการพบกันของทั้ง 2 ทีม เป็นแบบบ้านใครบ้านมัน ซึ่งนัดนี้ ไลป์ซิก ได้เล่นในถิ่นตัวเอง ฟันธงให้เชียร์ ไลป์ซิก มีบ้านอยู่แน่นอน

(12) แฟร้งค์เฟิร์ต - (4) กลัดบัค (แข่งขันเวลา 23.30 น.)

แฟร้งค์เฟิร์ต :นัดนี้ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบน เข้ามารบกวนการจัดทัพ คาดว่าการจัดทัพจะใช้ อันเดร ซิลวา ยืนหน้าล่าตาข่าย และใช้ ทิโมธี แชนด์เลอร์, ไดอิจิ คามาดะ กับ ฟิลิป คอสติช เป็นสามประสานกลางรุกคอยสนับสนุนจากด้านหลัง ขณะที่มิดฟิลด์คู่กลางส่ง ฌิบริล โซว์ กับ สเตฟาน อิลซังเกอร์ ผนึกกำลังกันตัดเกม โดยจะเล่นในระบบ 4-2-3-1 : เควิน แทร็ปป์ - อัลมามี่ ตูเร่, ดาบิด อับราฮัม, มาร์ติน ฮินเตเร็กเกอร์, โอบิเต เอ็นดิคก้า, ฌิบริล โซว์, สเตฟาน อิลซังเกอร์, ทิโมธี แชนด์เลอร์, ไดอิจิ คามาดะ, ฟิลิป คอสติช, อันเดร ซิลวา

กลัดบัค : นัดนี้จะไม่มีชื่อของ เดนิส ซากาเรีย มิดฟิลด์ตัวเก่งที่เดี้ยงยาวอยู่เดิมเท่านั้น ส่วนทางด้านของ คริสตอฟ คราเมอร์ กับ ลาร์ส สตินเดิ้ล ต้องรอเช็คฟิตอีกครั้งก่อนใส่ชื่อลงสนาม คาดว่าจะส่ง อาลาสซาเน่ เปลีย กับ มาร์คุส ตูราม ผนึกกำลังกันล่าสกอร์ในแดนหน้าตามสูตร และใช้ บรีล เอ็มโบโล่ รับจ๊อบเพลย์เมคเกอร์คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง โดยจะเล่นในระบบ 4-3-1-2 : ยาน ซอมเมอร์ - สเตฟาน ไลเนอร์, มัทธิอัส กินเตอร์, นิโก้ เอลเวดี้, รามี่ เบนเซไบนี่, พาทริค เฮอร์มันน์, โทเบียส สตรอบเบิ้ล, ฟลอเรียน นอยเฮ้าส์, บรีล เอ็มโบโล่, อาลาสซาเน่ เปลีย, มาร์คุส ตูราม

"เต้ยเป๋าตุง" : ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดในลีกของ แฟร้งค์เฟิร์ต ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 3 ส่วนทางด้านทีมเยือน 6 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 ดูจากฟอร์มหลังสุดก็ไม่ต้องคิดมากแล้ว ฟันธงให้เชียร์ กลัดบัค ไม่ต้องกัดฟันนอน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน