BIZ ไตรมาส 1/63 กวาดรายได้กว่า 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 174% กำไรสุทธิ 15.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 219% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เผยส่งมอบงานตามแผน ตอนนี้มี Backlog แน่นกว่า 1,400 ล้านบาท แย้มอยู่รอลุ้นผลประมูลงานใหม่ หนุนผลงานปีนี้โตก้าวกระโดด

นายสมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน)(BIZ) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 มีรายได้รวม 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167 ล้านบาท หรือ 174% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 96.03 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 15.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.50 ล้านบาท หรือ 219% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 4.78 ล้านบาท

ทั้งนี้ในงวด 3 เดือนแรกของปี 2563 มีรายได้จากการขายจำนวน 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 538% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายจำนวน 33.18 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทส่งมอบงานโครงการใหญ่ตามระยะเวลาของสัญญา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียงรายได้จากอุปกรณ์ประกอบทางการแพทย์อื่นๆ

“BIZ แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 1,400 ล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาตามแผน 80-90% ในปีนี้ โดยโครงการใหญ่ที่รอส่งมอบในปีนี้คือ โครงการศูนย์รักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอนของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งจะส่งมอบและรับรู้รายได้เข้ามาประมาณไตรมาส 3/63 และอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานใหม่ ซึ่งเป็นงานถูกเลื่อนมาจากปลายปี 2562 จากการที่งบประมาณปี 2563 ถูกอนุมัติช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทคาดว่ามีโอกาสจะได้งานราว 50% ของมูลค่างานทั้งหมด”

ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทได้ลงนามในสัญญาซื้อขายระบบเครื่องฉายรังสีรักษา แบบปรับความเข้มรังสีเชิงปริมาตร (Volumetric IMR) พร้อมชุดกำหนดตำแหน่งและรวมการปรับปรุงสถานที่กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มูลค่าสัญญา 245 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอากรอื่นแล้ว) ระยะเวลาของสัญญา 360 วัน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ มั่นใจว่าแนวโน้มรายได้ในปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามแผนงานที่วางไว้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งมอบงานตาม Backlog ที่มีอยู่ และงานใหม่ที่มีเข้ามา อีกทั้งการรับรู้จากส่วนของ โรงพยาบาลแคนเซอร์อลิอันซ์ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งบริษัทเข้าร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 65% ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่จะรับรู้รายได้เต็มปีตามสัดส่วน และคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 5-7 ปี ซึ่งในปัจจุบันเปิดให้บริการ คลินิกแพทย์แผนไทยแล้ว อีกทั้งปัจจุบันเปิดรับผู้ป่วยมะเร็งโดยใช้สิทธิ สปสช.,บัตรทอง 30 บาท หลักประกันสุขภาพแห่งชาติรวมถึงสิทธิข้าราชการ ตามสิทธิกรมบัญชีกลางอีกด้วย