เมื่อโลกธุรกิจในวิถี New Normal หลังโรคระบาดโควิด-19 จบลง ส่งผลให้ต้นทุนของธุรกิจต้องสูงขึ้น โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไข และมาตรการในการรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต้นทุนทางด้านท่องที่ยวที่น่าจะสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับรายรับที่จะได้จากการบริการห้องพัก ร้านอาหาร รถเช่า บนมาตรฐานใหม่อาจจะลดลง และยังไม่รวมถึงทุกธุรกิจบริการด้านท่องเที่ยวต่างแย่งโหมโปรโมชั่นลดแหลกแจกแถม เพื่อดึงคนเดินทางท่องเที่ยว และเข้าไปใช้บริการในจำนวนคนที่ต้องการเดินทางที่จำกัด ในเรื่องนี้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตระหนักถึงความอยู่รอดของผู้ประกอบการทั้งหมด จึงหวังที่จะเชิญผู้ประกอบการมาร่วมหารือทำการวางแผนเบื้องต้น เพื่อให้ราคาอยู่บนพื้นฐานที่เป็นธรรม เพราะเมื่อทางรัฐบาลปลดล็อคทุกอย่างภายในเดือนมิถุนายนนี้ในเดือนต่อไป จึงน่าจะเป็นจุดสตาร์ทของการท่องเที่ยวที่สามารถดำเนินการได้อย่างไม่สะดุด

ร่วมหารือกับผู้ประกอบการ

ทั้งนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปหลังจากจัดทำมาตรการเพื่อดำเนินการธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงโควิด-19 คลี่คลายแล้ว คงจะเป็นร่วมปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการต่างๆ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถเช่าต่างๆ ในการนำเสนอแคมเปญต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการร่วมมือในทุกภาคส่วนภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อระดมความคิดในการจัดทำเป็นแบบแผนดำเนินงานทางธุรกิจในเดือนกรกฏาคม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศที่มีถึง 77 จังหวัดสามารถดำเนินการได้ทันที โดยทางกระทรวงฯ จะทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงานคุยกับสมาคมโรงแรม สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวต่าๆ รวมถึงสมาคมภัตราคาร ร้านอาหารรถเช่า จนถึงสินค้าโอทอป ในระดับชุมชน

ซึ่งในส่วนของสินค้าโอทอปภายในชุมชน ทางกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้ทางกรมการท่องเที่ยว และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.เข้าไปดู ส่วนในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ หรือแพ็คเกจจิ้งได้มอบให้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลงไปช่วยดู เนื่องจากเวลานี้ทาง ททท.เป็นตัวกลางในการเชื่อมการขายให้กับทางชุมชน รวมทั้งจะเชิญผู้ประกอบการทุกภาคส่วนด้านท่องเที่ยวมาประชุมเตรียมการล่วงหน้าหลังจากที่ทางกระทรวงสาธารณสุขให้มาตรการมาปฏิบัติในการนำไปใช้

เป็นเรื่องกลไกทางการตลาด

ด้าน นายโชติช่วง ศูรางกูร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหนุ่มสาวทัวร์ จำกัด ได้กล่าวว่า เมื่อโควิด-19 คลี่คลายการเดินทางภายในประเทศระยะแรกๆ อาจจะยังไม่สะดวก เนื่องจากสายการบินยังมีเที่ยวบินไม่มากนัก เพราะยังอยู่บนพื้นฐานของมาตรการป้องกันความปลอดภัยในการแพร่ระบาด รวมทั้งบางคนยังไม่มีความมั่นใจถึงความปลอดภัยในการเดินทางมากนัก ขณะเดียวกันการเดินทางข้ามประเทศบางประเทศยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน โดยเฉพาะในฝั่งประเทศแถบยุโรป ส่วนประเทศในแถบเอเชีย อย่างประเทศจีนถ้าเปรียบเทียบรูปแบบการใช้จ่ายน่าจะสามารถกระจายรายได้ให้กับประเทศไทยได้มากกว่า ซึ่งจากข้อมูลตัวเลขได้ระบุถึ งค่าเฉลี่ยคนจีน1 คนใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 6 หมื่นบาท ดังนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวมีจำกัด การเดินทางที่ไม่สะดวกจึงอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น

ในส่วนของธุรกิจโรงแรมอาจจะมีการลดแหลกแจกแถมบ้างคงจะเป็นเรื่องของกลไกทางการตลาด แต่ถ้าวิเคราะห์ในมุมของการท่องเที่ยวในรูปแบบวิถีใหม่ ที่พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก ซึ่งเป็นบูติครีสอร์ทที่มีเพียงไม่กี่ห้องอาจจะได้รับความนิยมมากกว่าโรงแรมขนาดใหญ่ แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่แพงก็ตาม เพราะการท่องเที่ยวครั้งต่อไป คือ ต้องการประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างออกไป และหลากหลายมากขึ้น นั้นเอง

สร้างความมั่นใจในระดับหนึ่ง

ส่วนนางธีรวัลคุ์ เตชะอุบล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ กล่าวว่า เบื้องต้นก่อนปลดล็อคดาวน์ควรจะต้องสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งถึงการไม่เกิดการระบาดขึ้นอีก เพราะโรคนี้ยังไม่หายขาดเสียทีเดียว ดังนั้นจึงต้องให้ทุกคนรับรู้ถึงวิธีการรับมือที่ถูกต้อง สร้างความมั่นใจถึงการป้องกัน การรักษา และการทำธุรกิจในภาคท่องเที่ยว ช่วงหลังโควิด-19 คลี่คลายใหม่ๆ คงจะเกิดการแข่งขัน จัดโปรโมชั่นกันอย่างดุเดือด แต่ในที่สุดแล้ว ธุรกิจในโลกนี้ก็ต้องขึ้นกับ ดีมานด์ และซัพพลาย ความต้องการของผู้บริโภคที่จะชนะทุกอย่าง

ขณะที่ นายประมุขพิสิฐ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมการบริหาร เครือกะตะกรุ๊ป รีสอร์ท กล่าวว่า การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมน่าจะมาจากความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาใช้บริการอีกครั้ง และต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากโรคระบาดโควิด-19ที่กระจายเป็นวงกว้าง แต่เชื่อว่าหลังจากรัฐบาลปลดล็อค น่าจะทำให้การทำงาน หรือการทำธุรกิจต่อไปคงจะอยู่บนพื้นฐานที่ทุกคนต้องระวังตัว และเดินทางอย่างระมัดระวังและป้องกันตัวเองมากขึ้น

สำหรับในธุรกิจท่องเที่ยว สิ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียน คือ ในส่วนของทราเวลเอเยนต์ ที่จะคอยกระตุ้นให้ภาครัฐเริ่มปลดล็อค หรืออาจจะเป็นสายการบินที่จะต้องทำโปรโมชั่น ประชาสัมพันธ์ก่อนทำการบิน หลังจากนั้นทราเวลเอเยนต์ก็จะทำแคมเปญเพิ่มเติม ขณะที่ส่วนของธุรกิจโรงแรมจะเข้ามาในช่วงหลัง เมื่อทั้งสายการบิน และทราเวลเอเยนต์ประชาสัมพันธ์ไปประมาณ 2 สัปดาห์ ทางโรงแรมก็จะเริ่มเตรียมการจัดโรงแรมไว้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาภายใน 3-4 วันก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะให้บริการได้ทันที