นายเดวิด คอง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวว่า กลุ่มโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท เป็นหนึ่งในเครือโรงแรมแห่งแรกที่ได้พัฒนาและยกระดับมาตรฐานในการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยภายในโรงแรม โดยได้จัดตั้งโปรแกรมชื่อว่า I Care Clean เมื่อปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเกิดจากการพัฒนาร่วมกับบริษัท IDEO หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบและนวัตกรรมชั้นนำของโลก โดยเน้นย้ำเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ ทั้งยังได้ออกมาตรการและขั้นตอนวิธีเพื่อการทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การใช้อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต และการเลือกใช้รีโมทคอนโทรลที่ง่ายต่อการทำความสะอาด

ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัจจุบันนี้ ทางเบสท์เวสเทิร์นกรุ๊ป ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับสุขอนามัยภายในโรงแรมสูงสุด จึงได้พัฒนามาตรการการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยใหม่ของโรงแรมภายใต้ชื่อ We Care CleanSM โดยมีการปรับปรุง และยกระดับมาตรการด้านความสะอาด ความปลอดภัย รวมถึงการบริการภายในโรงแรม ภายใต้แนวทางปฏิบัติและคำแนะนำจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค คณะกรรมการบริหารงานความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุขแคนาดา

“โปรแกรม We Care Clean เน้นในเรื่องความสะอาดในทุกจุดตั้งแต่ภายในห้องพักแขก พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงรูปแบบการบริการที่จะลดการติดต่อสัมผัสระหว่างแขกและพนักงาน แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานการบริการในระดับสากล โดยโปรแกรมนี้จะได้รับการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรการและคำแนะนำล่าสุดขององค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายเดวิด กล่าว

สำหรับโปรแกรม We Care Clean พัฒนาจาก โปรแกรม I Care Clean เพื่อยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย อาทิ การกำหนดจุดและตำแหน่งเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) หรือการติดตั้งฉากกั้นบริเวณแผนกต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพื่อกำชับและเน้นย้ำด้านความสะอาดอย่างถี่ถ้วนใน 5 จุดหลักสำคัญ ได้แก่ 1.บริเวณล็อบบี้และแผนกต้อนรับส่วนหน้า มีการกำหนดจุดและตำแหน่งเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม แสดงป้ายกำกับและแนะนำวิธีดูแลรักษาสุขอนามัยอย่างถูกต้อง เพิ่มมาตรการและความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณแผนกต้อนรับ ล็อบบี้ และจุดที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ ให้มากยิ่งขึ้น จัดเตรียมเจลล้างมือ ผ้าเช็ดมือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในจุดบริการต่าง ๆ ทั่วโรงแรม

ส่วนข้อ.2 จะเป็นห้องพักแขก และการบริการแผนกแม่บ้าน ได้เพิ่มมาตรการในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในห้องพักอย่างเข้มข้นและถี่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ เช่น ที่จับประตู ก๊อกน้ำ สวิตช์ไฟ นาฬิกาปลุก และไม้แขวนเสื้อ เป็นต้น ลดการติดต่อสัมผัสระหว่างแขกและพนักงาน ขณะทำความสะอาดห้องพัก ขณะที่ข้อ 3.การให้บริการอาหารเช้า ที่ยังคงรักษามาตรฐานของอาหารเช้าตามเดิม โดยจะปรับเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรการและคำแนะนำขององค์กรที่เกี่ยวข้องในแต่ละท้องถิ่น เพิ่มการบริการอาหารเช้าในรูปแบบ Grab & Go เพื่อให้แขกได้เลือกรับประทานอาหารเช้าอย่างเป็นส่วนตัวและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยในบางโรงแรมอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการอาหารเช้า เป็นแบบการเสิร์ฟให้แขกเป็นรายบุคคลที่โต๊ะอาหาร เพื่อลดการติดต่อสัมผัสและการปนเปื้อนในอาหาร

อีกทั้ง ข้อ 4.ในพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม เมื่อได้รับการอนุญาตให้เปิดบริการพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม อาทิ ฟิตเนส เซ็นเตอร์ สระว่ายน้ำ และห้องประชุม แล้ว ทางโรงแรมจะดูแลรักษาความสะอาด เพิ่มความถี่ในการเข้าทำความสะอาด รวมถึงฆ่าเชื้อโรคในบริเวณเหล่านี้ และมีการตรวจตราอย่างใกล้ชิดจัดเตรียมเจลล้างมือ ผ้าเช็ดมือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในจุดบริการต่าง ๆ ดังกล่าว

ด้านข้อ 5.จะเป็นข้อปฏิบัติของพนักงานในโรงแรม โดยพนักงานทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงแรม ซึ่งรวมถึงการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดเพิ่มมาตรการรักษาความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ทำงาน โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนรอบการทำงานของพนักงาน อีกทั้งโรงแรมจะจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและสุขอนามัยให้แก่พนักงาน พนักงานที่ไม่สบายหรือมีไข้จะได้รับการแนะนำให้พบแพทย์หรือพักผ่อนอยู่ที่บ้าน และต้องรายงานหัวหน้าแผนกทันทีหากพนักงานมีความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19