รายงานผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ดัชนีเสรีภาพสื่อโลก ประจำปี 2020 (World Press Freedom Index) ซึ่งจัดทำขึ้นโดยองค์กร “นักข่าวไร้พรมแดน” หรือ “อาร์เอสเอฟ” ในภาษาฝรั่งเศส (RSF : Reporters sans frontières) หรือ “อาร์ดับเบิลยูบี” ในภาษาอังกฤษ (RWB : Reporters Without Borders) อันเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรเอกชนนานาชาติ ซึ่งสนับสนุนและปกป้องเสรีภาพสื่อ และเสรีภาพข้อมูลข่าวสาร มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ที่ได้ดำเนินการศึกษา เฝ้าสังเกตการณ์ของสถานการณ์สื่อในพื้นที่ 180 ประเทศ ทั่วโลก ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ถึง ณ ปัจจุบัน ผลปรากฏว่า “ท็อปไฟว์” 5 อันดับแรก ยังคงกลุ่มประเทศเดิมๆ ที่รั้งตำแหน่ง ในฐานะกลุ่มประเทศที่มีเสรีภาพสื่อระดับแถวหน้า ได้แก่ นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน และเนเธอร์แลนด์ ซึ่ง 4 อันดับแรกยังเกาะกลุ่มด้วยเหล่าประเทศสแกนดิเนเวีย ตอนเหนือของภูมิภาคยุโรปอีกเช่นเคย และก็เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมีเสรีภาพด้านต่างๆ ที่มิใช่แต่เฉพาะด้านสื่อเท่านั้น ในบรรดาประเทศของกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจหมายเลขหนึ่ง และเป็นผู้นำโลกด้านเสรีภาพ ผลปรากฏว่า อยู่ในอันดับที่ 45 ซึ่งถ้าว่าถึงในปีนี้ ก็ต้องบอกว่า สหรัฐฯ มีอันดับดีกว่าปีที่แล้ว ที่ได้อันดับที่ 48 ทว่า ถึงกระนั้นก็ต้องนับว่า แดนลุงแซม ยังห่างชั้นกับกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย และยุโรปในบางประเทศ ในส่วนของประเทศไทยเรา ก็ต้องบอกว่า อันดับทรุดลงไปกว่าเดิม โดยเมื่อปีที่แล้ว สยามเมืองยิ้มเรา อยู่ในอันดับที่ 136 พอมาถึงปี 2020 นี้ ก็ตกลงไปอยู่อันดับที่ 140 ร่วงลงไปถึง 4 อันดับ แถมมิหนำซ้ำ อันดับของไทยข้างต้น ก็ยังต่ำกว่าเมียนมา ชาติเพื่อนบ้านใกล้ชิดติดกัน ที่ได้อันดับ 139 หาก แม้ว่าเมียนมา เพิ่งจะมีรัฐบาลพลเรือนจากผลพวงของการเลือกตั้งล่าสุด แต่ทว่า ก็ยังไม่พ้นจากเงื้อมเงาอำนาจของทหารหาญ แม่ทัพนายกองต่างๆ กันดีนัก ใช่แต่เท่านั้น อันดับดัชนีเสรีภาพสื่อของไทย เมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอุษาคเนย์ หรืออาเซียน ก็ยังไล่ตามหลังประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของผู้นำจอมระห่ำอย่างประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต อีกต่างหากด้วย โดยฟิลิปปินส์ ถิ่นตากาล็อก เสรีภาพสื่อของพวกเขาขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 136 และตามหลังแบบห่างกันพอสมควรกับมาเลเซียได้อันดับ 101 และอินโดนีเซีย ที่ได้อันดับ 119 อย่างไรก็ดี อันดับของไทยก็ยังดีกว่ากัมพูชา ที่ได้อันดับ 144 และสิงคโปร์ ที่ได้อันดับ 158 และเมื่อเปรียบเทียบกับเหล่ามหาอำนาจของอีกฟาก อย่างจีนแผ่นดินใหญ่ ปรากฏว่า พญามังกรชาติพี่เบิ้มแห่งนี้ ก็ยังมีอันดับต่ำกว่า คือ ที่ 177 รวมถึงมหาอำนาจรัสเซีย พญาหมี ที่ได้อันดับ 149 ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทางอาร์เอสเอฟ นำมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินจัดอันดับ ก็มีทั้งความเป็นอิสระของสื่อ การใช้อิทธิพลปิดกั้นข้อมูลจากรัฐหรือทางการ กรอบทางกฎหมายของแต่ละประเทศที่บังคับใช้ รวมถึงปัจจัยจากภายในองค์กรสื่อเองด้วย เช่น ความโปร่งใส เป็นต้น ซึ่งก็คล้ายคลึงกับการจัดอันดับตลอดช่วงปีที่ผ่านๆ มา อย่างไรก็ดี สำหรับการจัดอันดับในปีนี้ คือ 2020 (พ.ศ. 2563) ที่โลกเรากำลังเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของโรคร้ายครั้งใหญ่ “ไวรัสโควิด-19” ทางองค์กรนักข่าวไร้พรมแดน ก็แสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์สื่อ ที่อาจจะได้รับผลกระทบ จากวิกฤติโควิด-19 ลามเข้าสู่วิกฤติวงการสือสารมวลชนของหลายๆ ประเทศในอนาคตด้วยว่า อาจจะยิ่งทำให้เสรีภาพของสื่อเลวร้ายหนักขึ้นไปด้วย ด้วยปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารของการแพร่ระบาด อย่างการบังคับปกปิดข้อมูลของการแพร่ระบาดในจีนแผ่นดินใหญ่ ตามที่ปรากฏในรายงานข่าว นอกจากนี้ ก็ยังมีประเด็นเรื่องที่ผู้นำรัฐบาล หรือผู้ปกครองบางประเทศ อาจใช้จังหวะที่โรคร้ายกำลังแพร่ระบาดอยู่นี้ ฉวยโอกาสจากความตื่นตระหนกของประชาชน นำไปสู่การยกระดับอำนาจการบริหารปกครองของผู้นำ จนส่งผลกระทบต่อเสรีภาพของสื่อไม่ได้ทำหน้าที่ตามที่ควรจะเป็น เช่น ตุรกี จีน และรัสเซีย ซึ่งประเทศที่กล่าวชื่อมา ผู้นำล้วนทรงอิทธิพลสูงยิ่งในประเทศนั้นๆ