พายุพัดถล่มหลายจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 18 เม.ย. มีรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 เม.ย. เกิดเหตุพายุฤดูร้อนฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ ประกอบด้วย ยางตลาด หนองกุงศรี ห้วยเม็ก และเขาวง หลังเกิดเหตุ นายธนทร ศรีนาค หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์สั่งให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหาย โดยเฉพาะ อ.ห้วยเม็ก พบบ้านเรือนเสียหายหลายหลัง และ อ.เขาวง น้ำระบายไม่ทันเกิดเอ่อท่วมขังถนน ตลาด และชุมชนต่างๆ รถสัญจรผ่านลำบาก ขณะที่นางดวงตา พายุพล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ สั่งเจ้าหน้าที่ไปตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนหลายสาย เพื่อเปิดทางให้รถสัญจรไปได้ตามปกติ

ส่วนที่ จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ รับรายงานจากนายบุญประสงค์ นวลสายย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่เสียหายทั้งหมด 11 อำเภอ 17 ตำบล 49 หมู่บ้าน บ้านเรือนพังเสียหาย 177 หลัง และมีวัวถูกฟ้าผ่าตาย 1 ตัว ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.ทุ่งไชย หมู่ 3 ต.กำแพง อ.อุทุมพรพิสัย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจบ้านที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่ถูกลมพัดหลังคาและฝาผนังพังเสียหาย เพื่อช่วยซ่อมแซมตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ ขณะที่เหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษเตรียมนำถุงยังชีพนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัย

จ.ชัยภูมิ นายสำเนียง หาญกุดตุ้ม กำนันตำบลกุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.กุดตุ้ม เข้าช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 4 หมู่ 13 บ้านกุดตุ้ม หมู่ 3 บ้านหนองคูพัฒนา และหมู่ 11 บ้านหนองไผ่น้อย ต.กุดตุ้ม ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเมื่อคืนที่ผ่านมา นายสำเนียงกล่าวว่า เมื่อคืนพายุพัดรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 บ้านเรือนราษฎรเสียหายมากที่สุดถึง 122 หลัง ระหว่างรอส่วนราชการลงมาสำรวจก็ได้ระดมกำลังเพื่อนบ้านและจิตอาสาช่วยชาวบ้านไปพลางๆก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ด้านนายนพดล ศิริ นายอำเภอโพนสวรรค์ จ.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากพายุพัดกระหน่ำ ในพื้นที่บ้านโพนเพ็ก หมู่ 1 ต.นาหัวบ่อ อ.โพนสวรรค์ พบบ้านพังเสียหายเกือบ 30 หลัง เสียหายหนักกว่า 5 หลัง บ้านของนางบัว อุ่นเทียมโสม อายุ 69 ปี ผู้ป่วยพิการและเป็นโรคหอบหืดและความดัน อยู่บ้านเลขที่ 3/1 บ้านโพนเพ็ก ต.นาหัวบ่อ เสียหายหนักที่สุด ถูกลมพัดพังเกือบทั้งหลัง เจ้าของบ้านต้องหนีลงมาหลบใต้ถุนบ้านรอดตายหวุดหวิด เช่นเดียวกับที่ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร พายุพัดถล่มเสียหาย 3 ตำบลคือ ต.ผือฮี รวม 5 หมู่บ้าน เสียหาย 52 หลัง ต.สงยาง 5 หมู่บ้าน รวม 37 หลัง และ ต.คูเมือง 1 หมู่บ้าน เสียหาย 1 หลัง รวมบ้านพังเสียหายทั้งหมด 91 หลังคาเรือน ส่วนที่ จ.อุดรธานี พายุพัดถล่มใน อ.น้ำโสม บ้านเสียหาย 78 หลัง

ที่ จ.พิษณุโลก นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.พิษณุโลก นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุแผ่นดินแยกใต้ถุนบ้านเรือน 4 หลัง ในพื้นที่หมู่ 1 บ้านวังยาง หมู่ 2 บ้านปากพิง (ตะวันออก) หมู่ 3 บ้านปากดอน และหมู่ 5 บ้านวังน้ำคู้ ต.วังน้ำคู้ อ.เมืองพิษณุโลก นายธีรัชสิทธิ์ เผยว่า คาดว่ารอยแยกดังกล่าวเป็นช่องทางน้ำ ลักษณะน้ำใต้ดินไหลเป็นโพรงไปยังแม่น้ำ หลังนำไม้ยาวแหย่ลงไปที่รอยแยกเพียงไม่ถึงเมตรก็สุดแล้ว ดังนั้นเชื่อว่าไม่ใช่รอยแยกของเปลือกโลกแน่นอน เป็นเพียงชั้นดินแยก เนื่องจากดินในบริเวณนี้เป็นลักษณะชั้นดินทราย ทรายแป้ง และกรวด เมื่อถึงฤดูแล้งชั้นดินเหล่านี้จะหดตัวตามสภาพของดินที่ขาดน้ำ พอเวลาฝนตกมากเมื่อดินทรายอุ้มน้ำปริมาณมากก็จะทรุดตัวลงไปตามชั้นหินกรวด เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติในช่วงภัยแล้ง แต่เพื่อความสบายใจทุกฝ่าย จึงทำหนังสือแจ้งสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 (ลำปาง) ให้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบชั้นธรณีของผืนโลกต่อไป

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งยังสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกร โดยที่ ต.ห้วยลาน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา แหล่งปลูกพริกซุปเปอร์ฮอตของจังหวัดได้รับผลกระทบกับสวนพริกของเกษตรกร โดยเฉพาะหมู่ 2 ชาวบ้านลงทุนปลูกพริกประสบปัญหาขาดน้ำไม่พอรถต้นพริกจนเริ่มเหี่ยวเฉา บางรายปลูกพริก 2 ไร่ กว่า 4,000 ต้น ผลผลิตเสียหายแล้วกว่า 70% ต้องจ้างแรงงานวันละ 200 บาทเร่งเก็บพริกมาตากแห้งขายลดความเสี่ยงขาดทุน ด้านนายปาโมกข์ ปิงเมือง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพะเยา กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในพื้นที่เหลืออยู่ 58.162 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 40.93 ส่งผลกระทบให้ลำน้ำสายน้ำต่างๆลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงฝากถึงประชาชนทั่วไปตลอดจนเกษตรกร ทำไร่ทำสวน ขอให้ช่วยกันประหยัดน้ำและงดปลูกพืชไว้ก่อน

ต่อมาเวลา 17.00 น.วันเดียวกัน เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่ ต.แม่สะเรียง และ ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ต้นไม้หักทับสายไฟฟ้าขาด ส่งผลให้ไฟดับทั้งอำเภอ ขณะที่บ้านเรือนเขตเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 หลัง ส่วนห้องสมุดประชาชนเฉลิมพระเกียรติและเสาธงหน้าโรงพัก สภ.แม่สะเรียง หักโค่นลงมา ส่วนบ้านน้ำดิบ หมู่ 1 ต.แม่ยวม ถูกลมพัดหลังคาบ้านเสียหาย 4 หลัง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมความเสียหายรายงานนายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง เพื่อขอช่วยเหลือต่อไป