กฟผ.-MEA-PEA คาดการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในช่วง Work from Home มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แนะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและประหยัดค่าไฟฟ้าช่วงฤดูร้อน

นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า 3 การไฟฟ้า เปิดเผยว่า จากผลสำรวจการปฏิบัติตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” โดยกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 50 ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว และมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานจากที่พักอาศัย (Work from Home) เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน สภาพอากาศมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ และตู้เย็นที่เก็บอาหารปริมาณมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีความห่วงใยการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในช่วงฤดูร้อน และการปฏิบัติตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” จึงขอให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โดยหมั่นตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หากพบว่าชำรุดต้องซ่อมแซมทันที เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร หรืออันตรายอื่นๆจากกระแสไฟฟ้า พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าตามมาตรการ 4 ป. “ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน” โดยปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26 องศา ซึ่งการเพิ่ม 1 องศา จะช่วยประหยัดไฟฟ้าเพิ่มได้ 10% พร้อมหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้ และเปลี่ยนมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 รูปแบบใหม่ ที่มีค่าประสิทธิภาพสูงขึ้นอาทิ หลอดไฟ LED หรือเครื่องปรับอากาศ ก็จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับ กฟผ. MEA และ PEA ได้ร่วมกันเฝ้าติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าของประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 อย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดมาตรการและแผนรองรับการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด เพื่อให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีความมั่นคง ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความสำคัญเช่น โรงพยาบาล เป็นต้น