ปลัด ศธ.เผยไม่รอนสิทธิ-เน้นให้ครูได้ประโยชน์สูงสุด

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เรื่องบทเฉพาะกาลการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะรูปแบบใหม่ จะมีการประกาศใช้ในวันที่ 5 ก.ค.60 นี้

โดยร่างบทเฉพาะกาลนี้จะรับรองและดูแลข้าราชการครูฯ ในทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มที่เสนอเพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา, กลุ่มที่เตรียมเสนอขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ เป็นต้น โดยหลักของร่างบทเฉพาะกาลฉบับนี้ จะคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ ไม่รอนสิทธิครู และเน้นให้ครูได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งในร่างบทเฉพาะกาล จะระบุการดำเนินการต่างๆ หลังจากมีการประกาศใช้หลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ เช่น ผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 อยู่ก่อนหรือหลังวันที่ประกาศใช้หลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ ยังสามารถยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ฯ ว 17/2552 ได้ ภายใน 1 ปี 

ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ยื่นคำขอไว้เดิม หากมีคุณสมบัติ และประสงค์จะยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ สามารถทำได้โดยยกเลิกคำขอตามหลักเกณฑ์เดิม แต่ต้องเลือกหลักเกณฑ์ใดหลักเกณฑ์หนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ ในร่างบทเฉพาะกาลยังได้กำหนดการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งและระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้ที่ประสงค์จะขอยื่นตามหลักเกณฑ์ใหม่ด้วย นอกจากนี้ ยังระบุให้ผู้ขอรับการประเมินรายงานจำนวนชั่วโมงการปฏิบัติงาน ย้อนหลัง 5 ปี และรายงานผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ย้อนหลังติดต่อกัน 3 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอ ตามแบบที่ก.ค.ศ.กำหนด รวมถึงผู้ที่ผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งตาม ว 3/2554

สำหรับการแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ หากผลการพัฒนายังไม่หมดอายุในวันแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ใหม่สามารถนำมาใช้ได้ตามเกณฑ์ใหม่ ภายใน 1 ปี สำหรับผู้ที่ผลการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งหมดอายุ ให้พัฒนาก่อนการแต่งตั้งตาม ว 3/2554 ได้ภายในวันที่ 4 ก.ค.61

อย่างไรก็ตาม ตนจะนำบทเฉพาะกาลดังกล่าวเข้ารับการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ครั้งหน้าซึ่งหากที่ประชุมมีมติเห็นชอบก็สามารถประกาศใช้ได้ทันที