เสธ.ทร.นำคณะกรรมการ แจงยิบ ซื้อเรือดำน้ำจีน กว่า 2 ชม.พร้อมทำดำน้ำจีนเป็นเรือของประชาชน ไม่หวั่น การเมืองปลด-ล้มโครงการเรือดำน้ำ หลังสิ้น คสช. จี้ตอบทิ้งเงิน 700 ล้านทำไม เตรียมลงนามจีน พ.ค.นี้

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 1 พ.ค.ที่โรงเก็บอากาศยาน เรือหลวงจักรีนฤเบศร ท่าเทียบเรือ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ พร้อมด้วย พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ พล.ร.ท.พัชระ พุ่มพิเชษฐ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการโครงการจัดซื้อจัดจ้างเรือดำน้ำ และ พล.ร.ต.กฤษฏาภรณ์ พันธุมโพธิ ผู้อำนวยการ สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ พล.ต.วิศาล ปัณฑวังกูร ผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ พร้อมด้วย คณะกรรมการการจัดซื้อจัดจ้างโครงการจัดหาเรือดำน้ำ yuan class S26T จากประเทศจีน 17 ท่าน ร่วมแถลงข่าว

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวเปิดการแถลงข่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ใช่การชี้แจงเพราะจะดูเหมือนว่ากองทัพเรือกลายเป็นจำเลยแต่จะมาเล่าให้ฟัง ความเป็นมาของการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ แบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟังโดยไม่มีอะไรปิดบัง ในช่วงที่ผ่านมามีเรื่องราวปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ในโลกโซเชียลต่างๆตนได้ดูและรับฟังรู้สึกว่าสับสนปนเปไปหมด ทั้งจากคนภายนอกกองทัพเรือและจากคนภายในกองทัพเรือเองซึ่งเป็นเพราะว่าข้อมูลที่ปรากฏนั้นมีจริงบ้าง คลาดเคลื่อนบ้าง และบางครั้งหนกระแส

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ที่ตนเป็นประธาน อยากจะออกมาชี้แจงแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างยังไม่จบสิ้น และเอกสารจัดซื้อจัดจ้างเป็นเอกสารลับของทางราชการ เปิดเผยไม่ได้ ซึ่งคำปฏิญาณของทหารเรือข้อสุดท้ายคือข้าพเจ้า จะไม่แพร่งพรายความลับทางราชการเป็นอันขาด หมายความว่า นอกจากผิดสัตย์วาจาแล้ว ยังผิดระเบียบ รวมถึงความเป็นกลางให้การจัดซื้อจัดจ้างก็ต้องมี การปิดข้อระเบียบตรงนี้ ทำให้ถูกกล่าวหาว่า กองทัพเรืออ่อนการประชาสัมพันธ์ ไม่สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน อย่างไรก็ตามกองทัพเรือได้เคยออกสมุดเขียวให้ได้รับทราบแล้ว

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวต่อว่าวันนี้ขั้นตอนการจัดซื้อเรือดำน้ำได้ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว จึงสามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้กองทัพเรือ ไม่ได้เสนอเรือดำน้ำในยุคนี้ แต่ได้เสนอความต้องการมาทุกยุคทุกสมัยเกิดทุกรัฐบาล มากกว่ากึ่งศตวรรษ เช่นเดียวกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมาและรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งกระบวนการไม่ได้แตกต่างกัน จึงอยากจะให้ ปลดประเด็นที่กล่าวหาว่าไม่โปร่งใส ซึ่งกองทัพเรือเข้าใจดีว่าในการจัดซื้อจัดหา ทั้งชิ้นส่วนตัวบริษัทห้างร้านและทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของที่มีมูลค่าสูง ย่อมมีข้อพิจารณาแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดีหลักการหนึ่ง ที่มีเหมือนกันคือต้องตอบให้ได้ว่าซื้อมา เพื่ออะไร ตรงตามความต้องการของเราหรือไม่ ซึ่งทำให้ บางคนนำรถญี่ปุ่นมาใช้ บางคนใช้ค่ายของยุโรป ซึ่งก็มีคำตอบแตกต่างกันไป เพราะวัตถุประสงค์การใช้งานแตกต่างกัน ของแต่ละบุคคลแต่ละห้างร้านแต่ละหน่วยงาน ที่ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่า กองทัพเรือไม่มีหลักการในการจัดหา บางคนบอกว่าปีก่อนโน้นยังจัดหาเรือดำน้ำมือสอง จากเยอรมัน หรือไม่ใช่ว่ากองทัพเรือจัดหา ตามกระแส หรือมีผลประโยชน์แอบแฝง จึงจัดหาเช่นนี้ แต่กองทัพเรือโดยคณะกรรมการจัดหาเรือดำน้ำ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน ลึกซึ้งและกว้างไกล โดยยึดยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือเป็นหลัก และมีกระบวนการคัดเลือกแบบ รวมถึงการจัดหาอย่างโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมตรวจสอบได้ โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชนที่ได้รับจากโครงการนี้

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าเงิน ที่นำไปจัดซื้อเรือดำน้ำนี้ กองทัพเรือไม่ได้ไปเบียดบัง เงินจากกระทรวงทบวงกรมอื่น หรืองบประมาณพิเศษอื่นอื่น มาจัดหาเรือดำน้ำแต่อย่างใด รวมถึง ฝากไปถึงเพื่อนๆทหาร ที่กังวลว่า เมื่อซื้อเรือดำน้ำแล้วจะทำให้ไม่มีเงินเด็กงบประมาณ ในการจัดหา เรืออากาศยาน ในภายภาคหน้ารวมถึงจะไม่มีเงินในการซ่อมบำรุงรักษาเรือรบหรือเครื่องบิน

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวว่า ในอดีต ภารกิจของเรือดำน้ำประกอบด้วยการโจมตีเรือผิวน้ำ และเรือดำน้ำด้วยตอปิโด และวางระเบิดเป็นหลัก แต่ด้วยเทคโนโลยี และขีดความสามารถของเรือดำน้ำในปัจจุบัน มีภารกิจที่หลากหลาย เหนือชั้นกว่าของเดิมมากมายเช่นการ ปฏิบัติการ สนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษ หรือที่เราเรียกว่ามนุษย์กบ ในการรักษาสันติภาพการโจมตีเป้าหมายเรือผิวน้ำรวมถึงเป้าหมายบนฝั่งในปัจจุบัน ด้วยอาวุธปล่อย หรือจรวดนำวิถีเข้าสู่เป้าหมาย นอกจากนี้ยังใช้ปฏิบัติการร่วมข่าวสาร กับหน่วยอื่นได้ รวมถึงปฏิบัติการลับ เพื่อการยกพลขึ้นบก วางทุ่นระเบิด นอกจากนี้ยังมีปฏิบัติการเปิดภารกิจพิเศษ เพื่อต่อต้านการก่อการร้ายเป็นต้น

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวว่า การที่จะมีขีดความสามารถ ทั้ง 3 มิติอย่างที่กล่าวไปนั้น จะต้องมีความสอดคล้องกับแนวความคิดทำงานยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ เรือดำน้ำ ต้องมีขีดความสามารถต่างๆ ในการปฏิบัติทางยุทธวิธีเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น นอกจากนี้เรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า แบบรุ่น s 26 t จากจีน มีคุณสมบัติอย่างเหมาะสมที่จะใช้รองรับภารกิจต่างๆเรานี้ สิ่งเหล่านี้จะพึงพอใจหรือไม่ ผู้ใช้งานจะเป็นผู้ให้คำตอบ ว่า happy หรือไม่ที่มีเรือดำน้ำรุ่นนี้ของจีนมาใช้

พล.ร.ต.ลือชัย กล่าวอีกว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำเป็นไปตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาไปกี่คนก็เป็นไปตามนี้ ทั้งนี้หากกองทัพเรือสามารถจัดหาเรือดำน้ำได้ครบทั้ง 3 ลำ จะทำให้กองทัพเรือสามารถปฏิบัติการได้ครอบคลุม ทางด้านอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ทั้งนี้คณะกรรมการจัดหา เรือดำน้ำได้ทุ่มเท เพื่อจะสร้างเรือลำนี้ให้เป็นเรือรบของประชาชน และหวังว่าจะทำได้ เพียงพอที่จะซื้อพร้อมกันทั้ง 3 ลำ

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวต่อว่าสถานการณ์ในโลกทั้งระดับภูมิภาคและโลก ยังคงมีความไม่แน่นอนและมีความเสี่ยง เช่น ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศ แค่คนเดียว สถานการณ์กับคลุกกรุ่น สถานสถานการณ์การใช้กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้แต่ที่แน่เรือดำน้ำไม่สามารถจัดหาได้ภายใน 1 ถึง 2 ปี หากไม่จัดหาหลักความประกันความมั่นคงของประเทศชาติ และความมั่งคั่งของประชาชนจะอยู่ที่ไหน เราไม่ใช่มีเรือดำน้ำเพื่อไปรบกับใคร แต่มีไว้เพื่อไม่ต้องรบ เพราะจะทําให้เกิดความเกรงใจกัน
ผมขอยืนยันว่าการจัดหาซื้อเรือดำน้ำของจีนมีความโปร่งใส ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล และมีความเหมาะสม ที่สุดสำหรับกองทัพเรือ

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวยืนยันว่า สำหรับระบบ aip หรือที่เรียกว่าระบบขับเคลื่อนโดยไม่ใช้อากาศภายนอก ซึ่งสามารถ ดำน้ำโดยที่ไม่ต้องโผล่ขึ้นมา ระบบนี้ใน 6 ประเทศที่เสนอมา มีเพียง 2 ประเทศที่ให้ระบบนี้ คือประเทศสวีเดนและประเทศจีน ขอยืนยันว่าการจัดซื้อในครั้งนี้มีความคุ้มค่าในการใช้เงิน ส่วนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มากับเรือ ทางประเทศจีนให้มาพร้อมกับเรือ ระบบขีปนาวุธ ตอปิโด และทุ่นระเบิด

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวว่า ส่วนในอนาคตมีการยกเลิกโครงการดังกล่าวจะต้องจ่ายค่าปรับเท่าไหร่นั้นเป็นคำถามที่ตอบไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของนโยบาย เพราะบางคน อาจจะบอกว่าเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเป็นการท้าทายอำนาจทางการเมืองว่า เสนาธิการกองทัพเรือ ตอบเข้าข้างฝ่ายนี้ ต่อไปข้างหน้าก็จะโดนปลด ซึ่งขอยืนยันว่ากองทัพเรือใครจะมาใครจะไป กองทัพเรือยึดยุทธศาสตร์กองทัพเรือเป็นตัวตั้ง ซึ่งหากรัฐบาลชุดใหม่มา แต่เรามีหลักการจัดซื้อแบบมีเหตุผล และได้ดำเนินการจ่ายเงินไปแล้ว 700 ล้านบาท หากรัฐบาลชุดใหม่มา แล้วบอกให้ทิ้งเงินจำนวนนั้นไป แล้วมาเริ่มใหม่ ก็ต้องต่อประชาชนให้ได้ว่าทิ้งเงินจำนวนนั้นเพื่ออะไร แล้วเหตุผลที่กองทัพเรือจัดซื้อจัดหา ไม่ถูกต้องตรงไหน จึงขอฝากไปยังรัฐบาลชุดต่อไปว่า ท่านจะเลิกหรือไม่เลิก ไม่ใช่กองทัพเรือ แต่อยู่ที่ตัวท่านตามหาก

พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวยืนยันอีกว่า ไม่มีใบสั่งในการจัดซื้อเรือดำน้ำของจีน ซึ่งคณะกรรมการจัดซื้อจัดหามี มีหลักสามอย่าง ในการยืนยัน ว่าจีนไม่มีอะไรแอบแฝง เขามีความเป็นมิตรกับเรา ที่ให้ข้อเสนอต่างๆมากมาย ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ใช่ออฟชั่นหรือของแถม ส่วนกรณี ที่ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือเคยระบุว่า มีคณะกรรมการที่เป็นคนรุ่นใหม่ 17 คน เป็นคนตัดสินในการเลือกเรือดำน้ำจีนนั้น ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อเพราะเนื่องจากเข้าสู่ภาวะการปรองดอง อีกครั้งทั้ง 17 คนที่ผ่านมาได้เลือกเรือดำน้ำจีนจะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยซึ่งตรงกับผลของคณะกรรมการ 22 คนที่ตนได้คัดเลือกมารวมเป็นระดับหัวเป็นหัวกะทิของกองทัพเรือที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริตตรวจสอบได้ และเห็นพ้องต้องกันว่าเลือกเรือดำน้ำของจีนจึงไม่มีข้อเท็จจริงอะไรที่แตกต่างกัน

ด้านพล.ร.ท.พัชระ กล่าวว่า เรือดำน้ำแท้จริงไม่ใช่ความต้องการเฉพาะของกองทัพเรือเท่านั้น แต่เป็นความจำเป็นของประเทศ เพราะจะเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ที่มีคุณค่ามากในการเป็นหลักประกันความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือไม่มีเรือดำน้ำประจำการมากว่า60 ปี แต่เทคโนโลยีของเรือมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งประเทศต่างๆในภูมิภาคเรามีเรือดำน้ำเข้าประจำการแทบทุกชาติ และมีการพัฒนาหน้าแบบก้าวกระโดด ดังนั้นทุกประเทศเข้าใจศักยภาพในการรักษาผลประโยชน์ชาติทางทะเลที่มีมูลค่ามาก สำหรับกองทัพเรือการที่ไม่มีเรือดำน้ำมานาน ทำให้สูญเสียขีดความสามารถในด้านนี้อย่างสิ้นเชิง ทั้งเรื่ององค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ของกำลังพล โครงสร้างพื้นฐาน และระบบสนับสนุนต่างๆ เรียกได้ว่าการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือครั้งนี้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถ และการวางรากฐานการทำสงครามใต้น้ำของกองทัพเรือ ดังนั้นการดำเนินการต้องคิดทั้งระบบ ซึ่งไม่ได้คิดเฉพาะจัดหาเรือดำน้ำเท่านั้น แต่จะต้องนึกถึงความพร้อมของบุคคล และองค์ความรู้ เทคโนโลยีต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสนับสนุนทั้งหมดที่จำเป็นในการใช้เรือดำน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องใช้ความพยายาม และความรอบคอบในการดำเนินการ อีกทั้งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หากทำใจเป็นกลาง และคิดแบบมีเหตุผลก็จะทราบว่าทำไมประเทศรอบบ้านเราถึงมีเรือดำน้ำประจำการเกือบทุกประเทศ

"อ่าวไทยถือเป็นเส้นเลือดหลักในการลำเลียงสินค้าเข้าออกประเทศ โดยเฉพาะน้ำมัน ด้วยข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์เห็นได้ว่าอ่าวไทยมีลักษณะเป็นก้นถุง มีปากอ่าวแคบ ประเทศอื่นสามารถใช้เรือดำน้ำมาปิดอ่าวได้ง่าย ซึ่งจะเกิดผลกระทบความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความอยู่รอดของประเทศ ดังนั้นสิ่งที่จะตอบโจทย์ คือการมีเรือดำน้ำ ส่วนประเด็นความลึกของอ่าวไทยมีความลึกเฉลี่ย 50 เมตร ซึ่งเรือดำน้ำขนาดกลาง สามารถปฏิบัติการได้สบาย เพราะสมัยสงครามโลกครั้งที่2 เรือดำน้ำสหรัฐฯ และพันธมิตรก็เข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทยหลายครั้งจนสร้างความเสียหายให้เราอย่างมาก และมีอยู่ครั้งหนึ่งเรือหลวงสมุยได้รับมอบภารกิจลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าประเทศก็ถูกเรือดำน้ำชาติอื่นยิงจมในอ่าวไทย นอกจากนี้ผมมีประสบการณ์โดยตรงที่กองทัพเรือไทยเคยฝึกกับเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรือดำน้ำนิวเคลียร์ขนาด6,000 ตัน มีขนาดใหญ่กว่าที่เรากำลังจัดหา 2-3 เท่า ยังค้นหาเจอได้ยาก และผมเคยลงไปร่วมสังเกตการณ์ในการปฏิบัติการเรือดำน้ำของสหรัฐฯ 5 วันในอ่าวไทย ก็ไม่เห็นกองทัพเรือสหรัฐฯจะมีความจำกัดใดๆ เพียงแต่ว่าบางพื้นที่จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติเท่านั้น" พล.ร.ท.พัชระ กล่าว

พล.ร.ท.พัชระ กล่าวอีกว่า กองทัพเรือได้ศึกษา ดำเนินโครงการจัดหาเรือดำน้ำต่อเนื่องมากว่า30 ปีจนเกือบจะได้อนุมัติถึง2-3ครั้ง แต่มีเหตุต้องเลื่อนออกไป จนมาครั้งนี้การจัดหาไม่ได้เริ่มงบประมาณในปีนี้ เพราะดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี2558 โดยกองทัพเรือได้รับอนุมัติให้ศึกษาเรือดำน้ำที่มีความเหมาะสมกับความต้องการทางยุทธการ และภารกิจกองทัพเรือ จากนั้นได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาและพิจารณาประเทศที่ผลิตเรือดำน้ำถึง6 ประเทศ ซึ่งข้อเสนอของประเทศจีนสามารถตอบโจทย์ได้ทุกหลักการมากที่สุด นอกจากนี้ตามยุทธศาสตร์เราต้องการเรือดำน้ำ3 ลำ คือใช้ในการปฏิบัติการในทะเล1 ลำ เตรียมพร้อม 1 ลำ และซ้อมบำรุงตามวงรอบ 1 ลำ ซึ่งการจัดกาครั้งนี้เป็นการจัดหาลำที่1 แบบรัฐต่อรัฐในวงเงิน13,500 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณของกองทัพเรือเป็นราคาที่รวมการฝึกอบรมกำลังพล และระบบสนับสนุนต่างๆ ที่กองทัพเรือไทยไม่มีรองรับเลย ดังนั้นถือว่ามีความคุ้มค่าที่สุด

ขณะที่พล.ร.ต.กฤษฎาภรณ์ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ใช้งบประมาณของกองทัพเรือเอง ซึ่งเป็นงบประมาณภาคปกติ ตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ในส่วนการลงทุนพัฒนากองทัพ เพื่อจัดหายุทโธปกรณ์มาใช้งาน ทั้งทดแทนส่วนเดิม การปรับปรุงที่มีอยู่ และการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ไม่มีเข้ามาใช้งาน นอกจากนี้การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือแต่ละครั้ง จะต้องไม่กระทบต่อค่าใช้จ่าย และไม่เป็นภาระของกองทัพเรือ สำหรับงบประมาณในการจัดซื้อเรือดำน้ำ13,500 ล้านบาท ทางกองทัพเรือไม่ได้ซื้อเรือดำน้ำในคราวเดียว แต่จะแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ โดยมีการผ่อนชำระเป็นเวลา7 ปี แบ่งเป็น 17 งวด ตามระยะเวลาสร้างเรือดำน้ำ แต่ละปีจะแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ เหมือนงานก่อสร้างทั่วไป แต่ละปีการจ่ายเงินแต่ละงวดจะแตกต่างกัน โดยทางกองทัพเรือได้เจรจากับจีนในการชำระเงินของแต่ละงวดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณแต่ละปี โดยงบปี2560 กองทัพเรือได้งบประมาณ 700 ล้านบาท ส่วนปี2561-2565 เป็นต้นไป ก็จะจ่ายเงินตามความก้าวหน้าของงาน เฉลี่ยปีละ 2,100 ล้านบาท

"สาเหตุที่กองทัพเรือไม่จัดซื้อเรือ3 ลำในคราวเดียวกัน เพราะว่างบประมาณที่ได้รับแต่ละปีมีจำนวนไม่มากนัก เพราะมีรายจ่ายประจำปีต่างๆ เช่น การซ่อมบำรุง การฝึกกำลังพล และค่าใช้จ่ายตามภารกิจ รวมทั้งการงบทุนในแผนพัฒนากองทัพ ฯลฯ ดังนั้นจึงต้องจัดหาทีละลำตามสภาพของงบประมาณ และความโปร่งใส่ในเรื่องงบประมาณได้มีการดำเนินการโดยคณะกรรมการบริหารจัดการซื้อเรือดำน้ำ และคณะกรรมการฯ ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดเกือบ100 คน ผมยืนยันว่าการดำเนินการในครั้งนี้โปร่งใส อย่างไรก็ตามการลงนามสัญญาซื้อขายเรือดำน้ำจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรมว.กลาโหมได้อนุมัติจ้างสร้างเรือตามระเบียบทางราชการเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจะใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อเตรียมเอกสารของทั้งสองฝ่ายและรอเวลาเหมาะสมเพื่อดำเนินการลงนามร่วมกันต่อไปคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้ ส่วนการชำระเงินต้องชำระภายหลังการลงนามไม่เกิน 45 วัน ถือเป็นงวดแรก" พล.ร.ต.กฤษฎาภรณ์ กล่าว

พล.ร.ต.วิศาล กล่าวว่า ในมุมมองกองเรือดำน้ำมีหลายสิ่งที่เราพอใจ เพราะความสามารถในการซ่อนพลางตนเอง มีอาวุธที่มีอำนาจลายล้างรุนแรงหลายชนิด มีการซ่อมบำรุงเหมาะสม อีกทั้งกำลังพลมีโอกาสจะหาความรู้จนมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งแบบเรือดำน้ำชนิดนี้ปกติเวลาอยู่ใต้น้ำจะใช้แบตตารี่เป็นพลังงานขับเคลื่อน เมื่อเราบรรจุแบตให้เต็ม ปกติจะใช้งานได้2-4 วัน เพราะมีระบบยืดระยะเวลาการใช้แบตในน้ำให้อยู่ได้นานขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับการเดินเรือด้วยเช่นกัน โดยมีผลต่อการดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งขีดความสามารถในส่วนนี้เป็นสิ่งที่โดนใจกองเรือดำน้ำมากที่สุด และคุณสมบัติของการมีอาวุธปกติเรือดำน้ำปกติทั่วไปจะใช้ตอร์ปิโดเป็นอาวุธหลัก แต่ปัจจุบันสามารถใช้ยิงอาวุธนำวิถีหรือจรวดเพื่อยิงเรือผิวน้ำได้ อีกทั้งขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิดในท้องทะเล

"เมื่อใดที่กองทัพเรือได้รับเรือดำน้ำชุดนี้เข้าไปประจำการก็ถือเป็นการเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กองทัพเรืออย่างมาก ขณะที่ความปลอดภัยของกำลังพลที่จะไปประจำการกับเรือดำน้ำ ซึ่งผมมีความมั่นใจกับระบบเรือ และจะไม่เป็นอันตรายต่อกำลังพล โดยตัวเรือได้ออกแบบรองรับความปลอดภัยไว้แล้ว" พล.ร.ต.วิศาล กล่าว

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน