“ผู้ช่วย ผบ.ตร.” ตรวจด่านคัดกรองโควิด-19 ที่แยกระกา สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ที่ได้มีการนำระบบเทคโนโลยี เชื่อมโยงระบบ ตรวจสอบประวัติบุคคลตามหมายจับ ลิงก์กับฐานข้อมูลผู้ป่วยโควิด กับทางอำเภอ ขณะผู้ช่วย ผบ.ตร.กำชับเจ้าหน้าที่ปฎิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งคัด รับมือประเดิมเคอร์ฟิววันแรก

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 เม.ย.63 พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมจุดตรวจคัดกรองควบคุมโรคติดต่อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ที่บริเวณตู้ยามระกา ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 หมู่ 7 ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งให้มีความพร้อมในการให้บริการประชาชน พร้อมได้นำหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง หน้ากากที่มีแผ่นกระบังป้องกันใบหน้า (Face Shield Mask) น้ำดื่ม และเครื่องดื่มชูกำลัง มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย โดยมี พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์) , พ.ต.อ.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผกก.สภ.กระสัง ให้การต้อนรับ

สำหรับจุดตรวจคัดกรองควบคุมโรคติดต่อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ที่บริเวณตู้ยามระกา นี้มีการบูรณาการกำลังการปฎิบัติร่วมกัน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง สภ.พลับพลาชัย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุรีรัมย์ ตำรวจท่องเที่ยว สาธารณสุข อ.กระสัง ฝ่ายปกครอง อ.กระสัง ผู้นำชุม และอาสาสมัคร จากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการกรองข้อมูลบุคคล ที่เข้ารับการตรวจคัดกรองด้วย โดยเป็นการกรอกข้อมูลของบุคคล ลงในฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ที่ได้มีการทำระบบเชื่อมโยงกัน ระหว่าง สภ.กระสัง กับทาง อ.กระสัง เพื่อตรวจสอบบุคลในพื้นที่ และประชาชนจากต่างจังหวัดที่สัญจรผ่าน จุดตรวจคัดกรองดังกล่าว ว่าได้มีการลงฐานข้อมูลการตรวจคัดกรอง จากจุดตรวจคัดกรองที่ไหนมาบ้าง รวมถึงได้มีการเชื่อมโยงระบบเข้ากับข้อมูลบุคคลตามหมายจับ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย ซึ่งถือว่าเป็นจุดตรวจคัดกรอง ที่นอกจากจะจัดกรองในเรื่องโรคติดต่อไวรัสโควิด-19 แล้ว ยังเป็นการตรวจตราป้องปราม เหตุอาชญากรรมด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชนได้

พล.ต.ท.เพิ่มพูน กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกที่ได้มีการบังคับใช้กฎหมาย ตามประกาศของรัฐบาลที่ห้ามบุคคลใดทั่วประเทศ ออกนอกเคหะสถาน หรือเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 เริ่มวันที่ 3 เม.ย. จนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง ดังนั้น จึงต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชน ในการให้ความร่วมมือในการปฎิบัติตามประกาศดังกล่าว เพื่อให้อยู่ในบ้านและแยกตัว อย่าใกล้ชิดกับใคร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งการตั้งด่านอาจจะส่งผลให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา อาจไม่ได้รับความสะดวกบ้าง แต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้มีการทำความเข้าใจในเรื่องหน้าที่ และบทบาทของตัวเองแล้ว

นอกจากนี้ ขอกำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติประจำจุดทุกนาย ได้เพิ่มความระมัดระวังตนเองด้วย โดยเฉพาะการเรียกตรวจบุคคลที่ผ่านเข้ามายังจุดตรวจคัดกรอง ซึ่งอาจจะมีในบางราย ที่เบื้องต้นตรวจวัดอุณหภูมิในร่างกายแล้ว อุณหภูมิปกติไม่พบว่ามีไข้ แต่ก็ห้ามประมาท เพราะบางรายอาจจะมีไข้ แต่เขาอาจจะรับประทานยาแก้ไข้มา จึงทำให้ตรวจไม่พบมีอาการไข้ หรือที่เรียกว่าไข้หลบใน ดังนั้นขอฝากให้ดูในส่วนของพฤติกรรมตัวบุคคล ว่าเข้าข่ายต้องสงสัยหรือไม่ หรือมีอาการไอ จามหรือไม่ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติทุกนายเพิ่มความระมัดระวังด้วย