ทันตแพทย์อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว Anusak Kongmalai ระบุว่า...

จากข่าวหมอฟันถูกคนไข้หลอก ... สู่ ความจริงว่าด้วยวิทยาการด้าน"น้ำลาย"และโรคฟันผุ
.
แท็กซี่ลุมพินีติดเชื้อโควิด19 โกหกทันตแพทย์เพื่อให้ถอนฟันที่รากฟันติดเชื้อปวดบวม ทำลายระบบให้บริการฉุกเฉินของทันตแพทย์ทำให้ผู้ป่วยทันตกรรมที่จำเป็นจริงต้องเสียโอกาสมากมาย
น้ำลาย...เป็นเรื่องที่คนเลือกเรียนทันตแพทย์ต้องเผชิญ
ทั้งๆที่มันเป็นของเหลวประจำตัว ของใครของมัน ทั้งที่เจ้าของมี"น้ำลาย"ไว้เป็นน้ำย่อยด่านแรก เป็นสารช่วยคลุกเคล้าอาหารที่เคี้ยวและกลืน~กิน ด้วยความ"เอร็ดอร่อย" ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า "น้ำลาย"(ของตนเอง)เป็นส่วนหนึ่งของ"คุณภาพชีวิต"ืแม้แต่วันนี้ ก็ต้องกลืนน้ำลายเมื่อเปิดเมนูออนไลน์สั่งอาหาร
แต่"น้ำลาย"จะเป็นทั่น่ารังเกียจขยะแขยงทันทีที่หลุดออกมาจากปากเจ้าของ แม้แต่ตัวเจ้าของเอง555
.
เพราะอะไรน่ะเหรอครับ
ก็เพราะที่แท้จริงแล้ว ในน้ำลายของคนเรายังเป็นที่อยู่สำคัญของเชื้อจุลินทรียสารพัด รวมทั้งไวรัสที่จะมาอาศัยน้ำลายเป็นที่เพิ่มจำนวนขยายตัวไดัอย่างรวดเร็ว ปัญหาการระบาดของเชืัอโควิด19กลายมาเป็นตัวล้างโลกทำลายมนุษย์ครึ้งใหญ่ก็เพราะโคโรน่าไวรัสจะถูกส่งผ่านทางหยดน้ำลายที่กระเด็นออกมาเพียงหยดเล็กๆหล่นติดโทรศัพท์มือถือ ไมโครโฟน พื้นผิวโต๊ะเก้าอี้ อุปกรณ์ของใช้ที่เอามือแตะตัอง แม้แต่เหรียญและธนบัตรที่เราหยิบจับ ซึ่งรวมถึงน้ำลายและเสลด(แค่พูดคนก็ขยะแขยงแล้ว)ที่คนมักง่ายถุยถ่มออกมาบนพื้นที่สาธารณะทั่วไปติดรองเท้า และพร้อมที่จะติดนิ้วมือเมื่อถอดรองเท้าเข้าบ้านแล้วไม่ล้างมือ จนพร้อมที่จะมอบเป็นของฝาก(ที่เลวร้าย)ให้ทุกคนในบ้าน
.
และเมื่อใดที่มันได้ถูกป้ายเปรอะ บนมือ แขน จนถึงผิวหน้า แล้วสัมผัสกับ"สารคัดหลั่ง" อื่นๆอีก ทั้งน้ำมูก น้ำตา แม้กระทั่งหยดเหงื่อ มันจะเติบโตเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แล้วกระจายกันเข้าไปจับจองพื้นที่ในโพรงจมูก ที่ทำให้น้ำเมือกคัดหลั่งผิดปกติ ทำให้อาการช่วงต้นคือ"ไอแห้งๆ"นั่นเอง พร้อมกันนั้นก็แพร่ลงสู่หลอดลม และยึดครองพื้นที่ที่เนื้อปอด ซึ่งจะถูกย่อยสลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่้ออ้อกซิเจนไม่พอกับความต้องการของร่างกายแต่ละคน ก็จะถึงขั้นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ(ที่ราคาแพงมากและมีจำกัด) เลยมาถึงขั้นนี้ก็แทบจะใกล้"แอบดูเป็นแอบดูตาย"หรือโคม่าแล้ว ถ้าให้ยาเข้าไปฆ่าเชื้อไม่ทันไม่ได้ผลที่น่าเศร้าก็คิอ เตรียมงานสีดำได้เลย
.
จะเห็นว่าความเลวร้ายของโรคอุบัติใหม่ครั้งนี้ เหมือนธรรมชาติตั้งใจสร้างมาเพื่อทดสอบ"ความฉลาดทางการสื่อสาร" (Communication Quotience) และสรัางสมดุลให้แก่คนในโลกยุคต่อไป เพราะการป้องกันการติดต่อ"ระหว่างคน"ซึ่งก็"ง่าย"ที่สุดด้วยการ "แยกคนออกจากกัน" แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราุะนี่คือการแพร่ระบาดที่เร็วที่สุดของประวัต่ิศาสตร์มนุษย์ชาติ เพราะมันเดินทางเพียง"ชั่วลัดนิ้วมือ"มากับ"โลวคอสต์แอร์ไลน์"จนผ่าน super spreader ที่สนามมวย แหล่งบันเทิง จนคืบคลานเข้าสู่ที่ทำงาน ทำให้ระบบและวิถีชีวิตถูก "Super disruption" ให้ไปพึ่งพา Disruptive Technologyแบบเกลิอจิ้มเกลือสุดๆกันไปเลย
.
แต่ในทางวิชาการของวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ยังมีเรื่องราวการศึกษาวิจัยในวงการ แม้แต่เรื่องของ ฟันผุ ที่รักษากันทางไกลยังไม่ได้ หากเราคุ้นเคยกับเสียงเครื่องกรอความเร็วสูง"จี๊ดดดดดดด...จี๊ดดด"เป็นที่เสียวหัวใจของทุกคน(แหะๆ แม้แต่หมอฟันด้วยกันเอง"
.
รศ.ทพ.ประทีป พันธุมวนิช
ครูทันตแพทย์ผู้อาวุโสของผม และเป็นอดีตคณบดีทันตแพทย์และองค๋กรอื่นๆอีกหลายแห่งจนถึงระดับ WHO เป็นท่านหนึ่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชีวเคมีช่องปาก(Oral Biochemistry) เรียกว่าเป็น"เจ้าพ่อ"ด้าน"น้ำลาย"ที่เกี่ยวโยงไปถึงเรื่ององค์ประกอบในน้ำลายเช่น ฟลูออไรด์ นิเวศน์ในช่องปาก แมัแต่อัตราการหลั่งของน้ำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ"ฟันผุ" และเมื่อเนื้อฟันผุ ก็ต้องขจัดเนื้อฟันผุออก(กรอทิ้ง)แล้วใช้วัสดอุดฟันใส่ลงไป ปัจจุบันถึงขั้นเติมใส่ฟลูออไรด์ลงในวัสดุอุดฟัน เพื่อไปเสริมความแข็งแรงของเนื้อฟันนั่นเอง
.
และนี่จึงเป็นที่มาของวิทยาการใหม่ในยุคโควิดว่าจะอุดฟันอย่างไรถ้าจะไม่ใช้วิธี"กรอฟัน"ซึ่งกลายมาเป็นความเสี่ยงสูงสุดให้แก่ทั้งหมอฟันและผู้ช่วย เพราะละอองฝอยเนื้อฟันที่ถูกกรอลอยว่อนออกไปจนต้องจิดเชื้อไปด้วยอย่างรวดเร็ว
.
และนี่คือวิทยาการยุคโควิด19ที่จะอาจารย์จะมากล่าวถึงวัสดุอุดฟันโดยไม่ต้องกรอเนื้อฟันให้กลายเป็นพาหะนำเชืี้อไปแพร่ ซึ่งก็มาสอตล้องเป้าหมายการอุดฟันโดยปกป้องไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชืัอในคลินิกทันตแพทย์
.
ทั้งยังเป็นการฟังบรรยายทางไกล เข้ากับยุค "เรียนรู้ อยู่กับบ้าน"พอดีเลยครับ