ศบค.ชี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้ผลหรือไม่ รอดู 7 วันหลังประกาศใช้ เตือนระวังเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันปลอม ด้านคลัง แจงมาตรการเยียวยา 5 พันบาท หากเข้าเกณฑ์ได้รับเงินทุกคน ฮึ่ม ฟันพวกฉวยโอกาสหักหัวคิว

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 29 มี.ค.63 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เจ้าหน้าที่ ศบค. ทุกคนที่ทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย สื่อมวลชนและประชาชนที่เผยแพร่ข้อความสร้างสรรค์ผ่านโซเชียลมีเดีย นายกฯสะท้อนว่าสิ่งสร้างสรรค์เหล่านี้คือ สิ่งที่ประเทศชาติต้องการ นายกฯยังเน้นย้ำว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใครปฏิบัติไม่ถูกต้องจะมีการลงโทษเด็ดขาด นอกจากนี้ ในการประชุมกลุ่มเล็กที่มีนายกฯเป็นประธานวันเดียวกัน (29 มี.ค.) ท่านให้ความสำคัญเรื่องตัวเลข ข้อมูล โดยให้ สธ.รายงานเป็นไทม์ไลน์ เพื่อจะได้วิเคราะห์ออกมาตรการแก้ปัญหา และให้แต่ละจังหวัดรวบรวมรายงานและข้อกำหนดที่จังหวัดออกมา เพื่อจะนำมาสื่อสารให้ประชาชนปฏิบัติตาม รวมถึงกำชับเรื่องการหาหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ประชาชนมีใช้อย่างเพียงพอ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 วันที่ 29 มี.ค. มีคนติดเชื้อทั้งโลกแล้ว 645,158 ราย และเสียชีวิต 29,951 ราย ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 143 ราย ยอดสะสม 1,388 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย โดยเป็นชายไทยอายุ 68 ปี ชาว จ.นนทบุรี ติดเชื้อมาจากสนามมวย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ป่วยวัยทำงานที่สูงขึ้นนั้น เป็นเพราะประชาชนตื่นตัวและเข้ารับการตรวจมากขึ้น และไม่ได้มีการปิดบังตัวเลขแต่อย่างไร ทั้งนี้ การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเมื่อวันที่ 26 มี.ค.เป็นผลดีหรือไม่ ตัวเลขจะสะท้อนออกมาหลังประกาศไปแล้ว 5-7 วัน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด -19 จำนวน 5,000 บาท ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมนั้น ในเวลา 18.00 น.ของวันที่ 28 มี.ค. ที่เริ่มให้ลงทะเบียนได้นั้น มีประชาชนลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมากกว่า 20 ล้านคน จนไม่สามารถรับข้อมูลได้ทัน ทำให้ระบบล่มไปในช่วงหนึ่ง ก่อนจะใช้เวลาแก้ไขได้ใน 2 ชั่วโมง ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนได้แล้ว 12 ล้านคน ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่มีการลงทะเบียนได้มากในเวลารวดเร็วขนาดนี้ จึงขอบคุณเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังที่ระดมสรรพกำลังมารับข้อมูลและกู้ระบบ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ลอกเลียนแบบใช้ชื่อเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันถึง 44 เว็บไซต์ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเข้าไปลงทะเบียน คนกลุ่มนี้หวังนำข้อมูลประชาชนไปใช้ประโยชน์ เราถือว่าเป็นเจตนาไม่ดี ขอให้ประชาชนระมัดระวัง โดยเว็บไซต์จริงของกระทรวงการคลังคือ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เมื่อลงทะเบียนจะได้รับข้อความตอบรับ นายกฯย้ำว่าหน่วยงานภาครัฐจะต้องทุ่มเทสรรพกำลังช่วยประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งประชาชนจะได้รับเงินหลังจากลงทะเบียนอย่างเร็ว 7 วันทำการ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกฯระบุว่าเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นแล้วยังมีความห่วงและกังวล ดังนั้น มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมจะต้องมีมาตรการที่เฉพาะเจาจะจงลงไป โดยสั่งการให้กระทวงมหาดไทยแจ้งมาเลยว่าแต่ละแห่งมีมาตรการอย่างไร และให้รายงานต่อนายกฯทุกวัน ตอนนี้ทุกพื้นที่เข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการประกาศห้ามเดินทางเข้า-ออก ยกเว้นต้องการรักษาพยาบาล การขนส่งสินค้า หากใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รัฐบาลต้องทำแบบนี้เพื่อท่านเอง อาจเสียความสะดวกสบายไปบ้าง แต่อดทนสักนิด ทุกอย่างจะกลับคืนกลับมาเหมือนเดิม และขอย้ำว่า รวมกันติดหมู่ แยกกันอยู่เรารอด

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน