เช้านี้ภาคเหนือของไทย ค่าฝุ่นพุ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานหลายเท่าตัว อาการโคม่า หนักสุด เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ลำปาง พะเยา จะอยู่กันอย่างไร นักวิชาการดังชี้หากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป ได้ป่วยกันระนาว เหตุหลักจากลักลอบเผาป่า ระบุสถานการณ์รุนแรงกว่าปีที่แล้วถึง 2 เท่า จนไม่รู้ว่า ฝุ่น 2.5 หรือโควิด อย่างไหนจะน่ากลัวกว่า

กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กทม.และปริมณฑล วันที่ 29 มี.ค.63 เวลา 08.00 น. พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก ค่าฝุ่นไม่เกินเกณฑ์ทุกพื้นที่

ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ พบฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 46 - 369 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐาน
จำนวน 25 พื้นที่ โดยอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีแดง) 14 พื้นที่ บริเวณที่มีค่าฝุ่นสูงที่สุดเกินมาตรฐานหลายเท่าตัวคือ ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 364 ไมโครกรัมฯ ตามด้วย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 254 ไมโครกรัม ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 189 ไมโครกรัมฯ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 183 ไมโครกรัมฯ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ขณะอีก 11 พื้นที่ ค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีส้ม)

ด้าน www.airvisual.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศและจัดอันดับเมืองมลพิษโลก วันที่ 29 มี.ค.63 เวลา 08.27 น. พบว่าเช้านี้เมืองเชียงใหม่ อยู่ในลำดับที่ 1 ของโลก ค่าฝุ่นอยู่ที่ 314 US AQI

ทั้งนี้ นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ Sonthi Kotchawat” โดยระบุ “เชียงใหม่ฝุน PM 2.5สูงถึงจุดวิกฤติ ต้องเร่งระดมทุกภาคส่วนเพื่อจัดการด่วน

จังหวัดเชียงใหม่วิกฤติหนัก มีค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงติดอันดับ1ของโลก อ.เชียงดาว สูงถึง 360 มค.ก.ต่อลบ.ม.ส่วนในตัวเมืองมีค่ามากกว่า120 มค.ก.ต่อบลบ.ม. แจ้งเตือนระดับสีแดงอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์การดังกล่าวเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม หากเป็นอย่างนี้ต่อไปคาดว่าประชาชนจะป่วยเพิ่มขึ้นมากด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคตาอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบและโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด เป็นต้น

สาเหตุหลักเกิดจากการลักลอบเผาป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติเป็นส่วนใหญ่ การที่ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ภูเขาสูงชันยากแก่การดับไฟ สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่มีความรุนแรงกว่าปีที่แล้วถึง 2 เท่า ขณะนี้สถานการณ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่รู้ว่าเชื้อCovid 19กับฝุ่น PM 2.5อะไรจะน่ากลัวกว่ากัน”