วันนี้ ( 26 มี.ค. 63) ที่ศูนย์ประสานการบริหารจัดการและแก้ปัญหาผลกระทบโรค COVID -19 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากที่มีกรณีผู้ปกครองในพื้นที่ จชต. สอบถามถึงการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาไทยที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับมายังประเทศไทยได้กว่า 27 ประเทศทั่วโลกว่า การให้ความช่วยเหลือและดูแลนักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศโลกมุสลิมที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรค COVID -19 อาทิ อินโดนีเซียและมาเลเซีย นั้น โดย ศอ.บต.เอง ทำหน้าที่ในการประสานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ รวมทั้งสมาคมนักเรียนนักศึกษาไทยในต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมการอำนวยความสะดวกเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายและนักศึกษาไทย สามารถเดินทางกลับมาได้แล้วแต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยให้สถานทูตในประเทศนั้น ๆ กว่า 27 ประเทศที่มีนักศึกษาไทยพำนักอยู่ ได้เป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ของนักศึกษา ส่วน ศอ.บต. ทำการสนับสนุนงบประมาณ อาหารแห้ง หน้ากาก ไว้ป้องกันในสถานการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้เลขาธิการ ศอ.บต.ยืนยันด้วยว่า จะไม่มีการเช่าเหมาลำสายการบินเพื่อไปรับตัวนักศึกษากลับมาในช่วสงนี้อย่างที่มีข่าวลือออกไป ส่วนจำนวนนักศึกษาไทยทั้ง 27 ประเทศทั่วโลก มี 11,069 คน

“สำหรับ ศอ.บต. จัดตั้งศูนย์ประสานการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาผลกระทบโรค COVID -19 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพการสนับสนุน เติมเต็มการทำงานของหน่วยงานสาธารณสุข และจังหวัด โดยจัดทำแผนการรับมือในภาวะวิกฤติ และแผนต่อเนื่อง เช่นการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น สนับสนุนการทำงานของจังหวัด ส่วนแผนการต่อเนื่องในระยะยาวนั้น ด้านเศรษฐกิจ จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในลักษณะตลาดประชารัฐ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นในการดำรงชีพในราคาที่เหมาะสม เตรียมพร้อมกระจายสินค้าโดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาลและการให้ความช่วยเหลือด้านสังคม โดยการจัดโรงครัว ศอ.บต.ผ่านวัด มัสยิดตำบลละ 1 แห่ง ด้านการศึกษาในพื้นที่ จะมีการพัฒนาระบบเชื่อมต่อ สื่อสารให้ครอบคลุมหมู่บ้านที่มีนักศึกษา กลับไปสู่บ้านแต่ยังมีกิจกรรม Online ที่จะต้องดำเนินการ เช่นการเรียนการสอน Online การสอบ Online และด้านการมีส่วนร่วมของผู้นำศาสนาและประชาชนกลุ่มต่าง ๆ นั้นได้ใช้หลักการตามประกาศของจุฬาราชมนตรี และให้ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชี้แจงอีกทางหนึ่ง” เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว

ด้าน สมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี,ยะลา,นราธิวาส,สงขลาและสตูล) ได้ออกประกาศ เรื่องให้งดละหมาดญะมาอะฮ์ การงดละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะฮ์) ที่มัสยิดชั่วคราว และให้ละหมาดซุฮรี 4 รอกาอัตที่บ้านก่อน และเวลาละหมาดอื่นๆ ก็ให้ละหมาดที่บ้านเช่นกัน เพื่อเป็นมาตรการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กำลังระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ ตามระเบียบของสำนักจุฬาราชมนตรี ได้ประกาศไว้ จึงบังคับใช้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ 27 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ