“กกร.”เด้งรับพรก.ฉุกเฉิน ชงดูแลภาคการผลิตโรงงานอุตสาหกรรม ป้องกันการขาดแคลน ลั่นไม่ปลดคนงาน พร้อมของดจ่ายประกันสังคม 4 เดือน อุ้มลูกจ้างและนายจ้าง ช่วยเหลือลูกจ้างที่ว่างงานหรือถูกเลิกจ้างจากเดิมร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 80 ของเงินเดือน-เลื่อนจ่ายน้ำไฟ-ขอหักภาษี 3 เท่า

เมื่อวันที่ 26มี.ค.63 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือกกร. จัดประชุมนัดพิเศษ ภายหลังรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า ในส่วนของกกร.พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโค วิด-19 โดยมีข้อเสนอเพิ่มเติมภาครัฐช่วยให้ภาคการผลิตมีการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นยิ่งยวดและการขนส่งสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่จำเป็นขาดแคลนได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร น้ำตาล น้ำมันปาล์ม เครื่องจักรกลการเกษตร การพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์ พลาสติก แก้ว และกระจก เยื่อกระดาษ อลูมิเนียม อุตสาหกรรมยา สมุนไพร เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ผู้ผลิตไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซ พลังงานหมุนเวียน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ

สำหรับธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับภาคเศรษฐกิจอย่างรุนแรงสามารถดำเนินการได้เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เวชภัณฑ์การแพทย์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ธนาคาร ธุรกิจการเกษตร พลังงานและสาธารณูปโภค รวมถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำ ที่ต้องป้อนอุตสาหกรรมข้างต้น ช่องทางการจัดจำหน่าย การขนส่งโลจิสติกส์

ทั้งนี้ ข้อเสนอต่อภาครัฐให้พิจารณา1.ให้ภาครัฐดูแลโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นยิ่งยวด Critical Industry and Supply Chain (CISC) และการขนส่งสินค้า (Logistics) เพื่อป้องกันไม่ให้อุตสาหกรรมดังกล่าวหยุดชะงัก 2.ขอให้งดการจ่ายประกันสังคมสำหรับลูกจ้างและนายจ้าง เป็นระยะเวลา 4 เดือน 3.ให้ภาครัฐเพิ่มเงินช่วยเหลือลูกจ้างที่ว่างงานหรือถูกเลิกจ้างจากเดิมร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 80 4.ขอเลื่อนการจ่ายค่าน้ำและค่าไฟออกไป 4 เดือน 5.ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกัน COVID-19 และ6.ให้ระบบสาธารณูปโภคให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง 7.หน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจติดต่อกับภาคเอกชน สามารถให้บริการทางออนไลน์ได้ 8.ให้ผู้ขนส่งสินค้าสามารถส่งสินค้าได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค

ด้าน นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการของภาครัฐส่งผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจ สังคม และธุรกิจบริการในวงกว้าง ซึ่งรัฐบาลออกมาตรการเยียวยาเบื้องต้นแล้ว เชื่อว่า สถานการณ์จะต่อไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ภาคธุรกิจบริการพร้อมอาสาทำงานร่วมกับภาครัฐ และยังจ้างงานไม่ให้เกิดภาระสังคม อีกทั้งจะส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ อยากเชิญชวนคนไทยทุกคนใส่หน้ากากและหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังที่สาธารณะ และพร้อมผลักดันสื่อสารปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐและจะเร่งรัดจัดหาหน้ากากทั้งด้านการผลิตและการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยภาครัฐควรสนับสนุนและกระจายเวชภัณฑ์ เทสคิทสำหรับตรวจโรคและการผลิตยา เป็นต้น นอกจากนี้ยังพร้อมประสานความร่วมมือกับ ศอฉ.ร่วมพลังช่วยเหลือประชาชน พร้อมสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ อาหาร น้ำ เงินบริจาค

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน