เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 60เวลา 10.00 นักกิจกรรมขององค์การนิรโทษกรรมสากล ประเทศไทย ได้รวมตัวกันหน้าสถานทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทยเพื่อยื่นจดหมายถึงทางการฟิลิปปินส์แสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในระหว่าง“สงครามปราบปรามยาเสพติด” ทำให้มีประชาชนจำนวนมากกว่า7,000คนต้องสูญเสียชีวิต

โดยนักกิจกรรมสองคนแต่งตัวเป็นนางงามฟิลิปปินส์และนางงามไทย และบางส่วนแต่งกายด้วยชุดประจำชาติฟิลิปปินส์ พร้อมถือป้ายข้อเรียกร้องให้ยุติการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมเพราะไม่ใช่แนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

นอกจากนั้นยังมีการแจกจ่ายแจกมะม่วงซึ่งเป็นผลไม้ที่รู้จักกันดีของทั้งสองประเทศ และเป็นของขึ้นชื่อของฟิลิปปินส์ที่ติดสติ๊กเกอร์ข้อความ#StopTheKillingsให้กับสื่อมวลชนเพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งต่อข้อความพร้อมทั้งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

นางปิยนุช โคตรสาร ผอ.นิรโทษกรรมสากล ประเทศไทย ให้ข้อความมูลเพิ่มเติมว่าจากรายงาน “ถ้าคุณเป็นคนจน คุณต้องถูกสังหาร” การวิสามัญฆาตกรรมในสงครามปราบปรามยาเสพติดของฟิลิปปินส์”(“If you are poor, you are killed” Extrajudicial executions in the Philippines “War on Drugs”) ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2560 ระบุว่ามีประชาชนจำนวนมากกว่า7,000คนต้องสูญเสียชีวิต จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมกล่าวคือเป็นการสังหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและจงใจโดยเป็นไปตามคำสั่งการของรัฐบาล หรือด้วยความรู้เห็นเป็นใจและความยินยอมจากรัฐบาล โดยเหยื่อที่ถูกสังหารส่วนใหญ่เป็นชายที่มาจากชุมชนยากจนในเขตเมือง การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อเด็ก ซึ่งบางคนถูกสังหาร ถูกลูกหลงระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ หรือได้รับประสบการณ์ที่ปวดร้าวทางจิตใจอันเป็นผลมาจากการสูญเสียพ่อแม่หรือญาติพี่น้องของตนไป หรือจากการเป็นพยานรู้เห็นการสังหารเหล่านั้น

“มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นอย่างมากและอย่างน่าตกใจ จากการทำ“สงครามปราบปรามยาเสพติด”แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจึงเรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของฟิลิปปินส์ ให้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนต่อเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายในฟิลิปปินส์ว่า การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และเป็นข้อห้ามอย่างเคร่งครัดในทุกสถานการณ์ และเร่งดำเนินการสอบสวนโดยทันทีโดยไม่ลำเอียงและมีประสิทธิภาพต่อกรณีการสังหารในคดียาเสพติด โดยเฉพาะการสังหารที่เกิดขึ้นโดยเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้งตั้งข้อหาอาญาในกรณีที่ผลการสอบสวนมีพยานหลักฐานที่เพียงพอและศาลรับฟังได้ เพื่อจะเอาผิดกับผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งกรณีการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 30 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (30th ASEAN Summit and Related Meetings)ที่เมืองPasay ระหว่างวันที่ 26–29 เมษายน 2560ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลในแต่ละประเทศจะร่วมกันส่งจดหมายถึงสถานทูตฟิลิปปินส์ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย