วันที่ 15 มี.ค.63 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านในเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ระบุข้อความว่า...มาถึงจุดที่เราต้องยอมรับความจริงว่า การระบาดของ Covid-19 จะมีมากขึ้น และ Covid-19 จะต้องอยู่กับเราไปอีกระยะหนึ่ง เราจึงต้องพร้อมรับมือด้วยความมีสติ ไม่ประมาท และต้องไม่ตระหนก ส่วนจะอยู่นานแค่ไหน และระบาดมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการจัดการที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล และความร่วมแรงร่วมใจของพวกเราคนไทย ด้วยความห่วงใยต่อการรับมือกับวิกฤต Covid-19 ของรัฐบาล ดิฉันเห็นว่า เรื่องเร่งด่วนที่ผู้นำรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ ณ ขณะนี้ คือ

1.ระดมทุกสรรพกำลังยกระดับ เตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับการระบาด และจำนวนผู้ป่วยที่จะเพิ่มมากขึ้น ทั้งเรื่องสถานที่ที่จะรองรับผู้ป่วย และผู้ต้องสงสัยที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ ที่จะมีจำนวนมากขึ้น ทั้งในส่วนกลางและในภูมิภาคต่างๆ การเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ และเวชภัณฑ์ให้มีความพร้อม ทั้งหน้ากากอนามัย น้ำยาฆ่าเชื้อ ชุดป้องกันสำหรับแพทย์ พยาบาล เครื่องช่วยหายใจ ยาต่างๆ ที่ต้องใช้สำหรับผู้ติดเชื้อ โดยต้องไม่ปล่อยให้เกิดความไม่พร้อม และการขาดแคลนเหมือนการบริหาร จัดการ #หน้ากากอนามัย เพราะ #ชีวิตคนไทยสำคัญที่สุด

2.การค้นหาผู้ติดเชื้อต้องรวดเร็ว เพราะเป็นกุญแจสำคัญของการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 รัฐบาลต้องให้ประชาชนที่คิดว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยง เกิดอาการไอ เจ็บคอ มีไข้ สามารถเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ Covid-19 ได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยการจัดงบประมาณในการตรวจ Covid-19 ผ่านบัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมทั้งการให้ผู้ประกันตน สามารถเบิกค่าตรวจ Covid-19 จากกองทุนประกันสังคมได้ ส่วนข้าราชการเบิกจากสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะการตรวจพบคนที่ติดเชื้อได้มาก และได้เร็วที่สุด คือปัจจัยสำคัญที่จะควบคุมการระบาดได้อย่างดี
ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ กรณีคุณแมทธิว ที่มีความรอบคอบ และมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อเริ่มมีอาการป่วย ก็รีบไปตรวจร่างกาย พบการติดเชื้อได้เร็ว เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างดี ดิฉันต้องขอแสดงความชื่นชม คุณแมทธิว มา ณ ที่นี้ด้วยแต่ถ้าเป็นผู้มีรายได้น้อย จะไม่สามารถจ่ายค่าตรวจได้ เพราะราคาสูงมาก ทำให้รัฐขาดโอกาสในการรู้ตัวผู้ป่วยได้เร็ว

3.การควบคุมการระบาดต้องรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน หัวใจสำคัญอีกประการคือ การที่รัฐต้องบอก "ความจริง" และข้อมูล กับประชาชนอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง นอกจากจะช่วยให้การควบคุมการระบาดได้มีประสิทธิภาพขึ้น ยังจะช่วยลดความตระหนกของประชาชนที่กระทบจิตใจ และไปซ้ำเติมต่อภาวะเศรษฐกิจให้หนักขึ้นไปอีก

4.ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องเตรียม มาตรการสนับสนุนให้ภาครัฐและเอกชน มีการทำงานจากบ้าน และการเรียนออนไลน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการไปอยู่ร่วมกันมาก ๆ ในอาคารปิด สุดท้าย สำหรับพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน เราต้องตั้งสติรับมือสถานการณ์อย่างไม่ประมาท แต่ไม่ตระหนก โดยมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม ช่วยกันป้องกันและลดการแพร่ระบาด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้าน หมั่นล้างมือ กินร้อน ช้อนกลาง และหากเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ต้องแยกสังเกตอาการตัวเอง โดยไม่ออกมาสังคมกับคนภายนอก 14 วัน อย่างเคร่งครัด
เพื่อช่วยกันดูแลตนเอง และคนที่เรารัก รวมทั้งพี่น้องคนไทยให้ปลอดภัยจาก Covid-19

ร่วมแรงร่วมใจฝ่าฟันวิกฤต Covid-19 ไปด้วยกันนะคะ
#รวมพลังสู้ Covid-19

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน