ก้อนน้ำมันสีดำ คาดว่าเป็นก้อนน้ำมันดิบ ถูกคลื่นซัดลยอมาเกยชายหาดสมุย เชื่อว่าต้นตอมาจากที่เดียวกันกับที่พบในพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านสงสัยมาจากท่อจากฐานขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทยหรือไม่จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หากปล่อยไว่ไม่เป็นผลดีกับท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.63 มีกระแสข่าว ว่าชาวบ้านบริเวณชายหาดบ้านท้องโตนด บ้านพังกา หมู่ 4 ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย ว่าได้มีคราบน้ำมัน และก้อนน้ำมันดิบปริศนา ถูกกระแสลมและคลื่นซัด นำพาคราบน้ำมัน มาลอยอยู่บนชายหาด จึงได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ

ในเบื้องต้น จากการตรวจสอบ พบว่าก้อนและคราบน้ำมันดิบ ดังกล่าว เป็นลักษระมีสีดำ ถูกคลื่นพัดขึ้นมากองอยู่บนชายหาด สภาพก้อนน้ำมันดิบ เมื่อไปสัมผัสดู พบว่าเหนียวติดมือ และยังพบว่า ในทะเลที่กระแสคลื่นซัดเข้ามายังมีคราบน้ำมันสีดำ ซึ่งคาดว่าก้อนน้ำมันดังกล่าวถูกความร้อน และละลายเป็นคราบน้ำมัน

จากการสอบถาม นายทนงชิต จันทร์ทอง ประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านพังกา หมู่ 4 ต.ตลิ่งงาม กล่าวว่า คราบน้ำมันนี้ น่าจะมาจาก ที่เดียวกันกับที่ ชายหาดอ่าวท้องเนียน อ.ขนอม ที่ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากลักษณะเหมือนกัน และอ่าวบ้านพังกา ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย มีระยะทางห่างจาก อ่าวท้องเนียน อ.ขนอม ประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร จึงเป็นไปได้ว่าคราบน้ำมันดังกล่าว มาจากที่เดียวกัน

และจากเท่าที่ทราบข้อมูล ตนเชื่อว่า ก้อนน้ำมันดิบ น่าจะมาจากฐานขุดเจาะน้ำมันของบริษัท ใดบริษัทหนึ่ง ที่มีฐานขุดเจาะรอบๆเกาะสมุย อยู่หลายหลุม แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่ามาจากท่อระบบส่งน้ำมันแตกหรือไม่ แต่เชื่อว่าหากคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดิบแบบนี้ถูกคลื่นซัดเข้ามาหาในแนวชายฝั่ง ตนเชื่อว่ามีปัญหาแน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 3-4 วันที่ผ่านมา ก็พบคราบน้ำมันลักษณะนี้ถูกกระแสลมพัดเข้ามาแล้วครั้งหนึ่ง และคราบน้ำมันดังกล่าวได้กระจายลอยเกลื่อนเป็นบริเวณกว้างมาแล้ว และก็หายไปกับกระแสน้ำ

นายทนงชิต ประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านพังกา ยังเปิดเผยอีกว่า ตนพร้อมกับเพื่อนๆนักท่องเที่ยว และชาวบ้านในพื้นที่ ได้ช่วยกันกกำจัดเก็บก้อนน้ำมันดังกล่าวไปรอบหนึ่งแล้ว เมื่อก่อนหน้านี้ เท่าที่สังเกตพบก้อนน้ำมันดิบดังกล่าว มาจากกระแสลมตะวันออก จะพัดเข้ามาและจะพัดนำก้อนน้ำมันดิบดังกล่าวเข้ามาอีกหากยังไม่มีการดำเนินการใด หรือแก้ไข ซึ่งตนเชื่อว่าก้อนคราบน้ำมันดังกล่าว ยังกระจายลอยในทะเล และจะกระทบกับสัตว์ในท้องทะเล และจะทำให้ระบบแวดล้อมและระบบนิเวศ อาจเสียหายและจะกระทบต่อท่องเที่ยวได้.