เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 63 ผู็สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2563 เรื่อง การกำหนดราคาจำหน่ายและการแจ้งข้อมูลหน้ากากอนามัย

ตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2563 เรื่อง การกำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติมลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 กำหนดให้หน้ากากอนามัย เป็นสินค้าควบคุม ไปแล้ว นั้น

โดยที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 กำหนดให้ผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัย จำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาไม่สูงกว่าราคาที่กำหนด รวมทั้งให้ผู้ผลิตแจ้งต้นทุนการผลิตและผู้นำเข้าแจ้งราคานำเข้า และแจ้งให้ทราบภายในวันที่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ราคาหน้ากากอนามัยสอดคล้องกับต้นทุน ค่าใช้จ่าย และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 (2) (3) และมาตรา 25 (1) (2)(4) (5) และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2562 คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาหนึ่งปีตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่ข้อ 3 วรรคสอง ให้ใช้บังคับจนถึงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563

ข้อ 2 ในประกาศฉบับนี้

"ต้นทุน" หมายความว่า

(1) ราคานำเข้า (CIF) รวมภาษีและอากรขาเข้า สำหรับหน้ากากอนามัยที่นำเข้าจากต่างประเทศหรือ

(2) ต้นทุนการผลิตของโรงงาน สำหรับหน้ากากอนามัยอื่นที่ผลิตภายในประเทศ

หมวด 1 การกำหนดราคาจำหน่าย

ข้อ 3 ให้ผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical Mask) ที่ผลิตภายในประเทศจำหน่ายปลีกในราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ไม่สูงกว่าชิ้นละ 2.50 บาท

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical Mask)ที่ไม่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของศูนย์บริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัยของกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์

ข้อ 4 ให้ผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical Mask) ที่นำเข้าจากต่างประเทศหรือหน้ากากอนามัยอื่นที่นำเข้าจากต่างประเทศหรือที่ผลิตภายในประเทศ ยกเว้นหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จำหน่ายในราคาไม่สูงกว่าราคาที่คำนวณจากวิธีการ ดังต่อไปนี้

(1) ราคาที่ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตจำหน่าย ให้คำนวณจากต้นทุน บวกค่าบริหารจัดการและค่าขนส่ง ค่าผลตอบแทนจากการขายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของต้นทุน

(2) ราคาที่ผู้จำหน่ายส่งจำหน่าย ให้คำนวณจากราคาตาม(1) บวกค่าบริหารจัดการและค่าขนส่ง ค่าผลตอบแทนจากการขายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของราคาตาม (1)

(3) ราคาที่ผู้จำหน่ายปลีกจำหน่าย ให้คำนวณจากราคาตาม (2) บวกค่ากระจายสินค้าค่าผลตอบแทนจากการขายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 23 ของราคาตาม (2) ทั้งนี้ ราคาตาม (1) (2) และ (3) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

หมวด 2 การแจ้งข้อมูล

ข้อ 5 ให้ผู้นำเข้าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical Mask) ที่นำเข้าจากต่างประเทศหรือหน้ากากอนามัยอื่นที่นำเข้าจากต่างประเทศ ยกเว้นหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แจ้งราคานำเข้า โดยให้แจ้งภายในวันที่มีการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ทุกครั้งให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยอื่นที่ผลิตภายในประเทศ ยกเว้นหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แจ้งต้นทุนการผลิตที่เป็นปัจจุบัน โดยให้แจ้งภายในวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ

ข้อ 6 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 5 ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ทราบภายในวันที่มีการเปลี่ยนแปลง

ข้อ 7 การแจ้งตามข้อ 5 หรือข้อ 6 ให้แจ้งต่อเลขาธิการตามแบบที่เลขาธิการกำหนดณ สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์การแจ้งตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งโดยทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(อีเมล) หรือทางโทรสารก็ได้ ในกรณีการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถือวันที่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้เข้าสู่ระบบข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ เป็นวันแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ให้ถือวันที่ได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) เป็นวันแสดงเจตนาในการแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางโทรสารให้ถือวันที่ได้รับโทรสารเป็นวันแสดงเจตนาในการแจ้ง

การแจ้งทางโทรสารหรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(อีเมล) ตามวรรคสองจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า ได้ส่งต้นฉบับให้เลขาธิการแล้ว

ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ที่ประสงค์จะแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ลงนามในบันทึกแสดงความตกลงในการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด

ข้อ 8 เมื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า ร้องขอต่อเลขาธิการ เพื่อขยายระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อเลขาธิการเห็นสมควร เลขาธิการอาจมีคำสั่งขยายระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ก่อนสิ้นระยะเวลานั้นได้ แต่การขยายระยะเวลาเช่นว่านี้ ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษหรือมีเหตุจำเป็น และผู้ผลิต ผู้นำเข้า ได้มีคำร้องขอหรือเลขาธิการได้มีคำสั่งก่อนสิ้นระยะเวลานั้นเว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย

อ่านรายละเอียด

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน