กองทัพเล็งใช้ “หาดเจ้าสำราญ” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เป็นที่กักตัวผีน้อย หวั่นซ้ำการท่องเที่ยวที่ซบเซาอยู่แล้วให้พังพินาศ “นายกฯยอด” วอนรัฐเลือกสถานที่เหมาะสม ขณะที่ 11 องค์กร เพชรบุรีรวมตัว ออกแถลงการณ์คัดค้าน หากรัฐไม่พิจารณาทบทวนเตรียมเคลื่อนไหวเรียกร้อง จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวทางสื่อมวลชน กรณี เหล่าทัพได้จัดเตรียมสถานที่กักกันโรคสำหรับ “ผีน้อย”หรือ แรงงานไทยผิดกฎหมายที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ในพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่กองทัพไทย ใช้ บ้านพักรับรอง พื้นที่ ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี หรือ ,ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ กองทัพไทย ที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี ส่วนกองทัพบก ใช้พื้นที่สวนสน 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ,กองทัพอากาศ ใช้โรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ กำแพงแสน จ.นครปฐม และกองทัพเรือ ใช้อาคาร 3-8 อ่าวดงตาล สัตหีบ นั้น ข่าวดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ร่วมถึง ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว และ ร่วมแสดงความเห็นคัดค้านแผนการดังกล่าว เพราะจะเป็นการซ้ำเติมธุรกิจการท่องเที่ยวที่ซบเซาให้ทรุดหนักลงไปอีก นายบุญยอด มาคล้าย นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญ ของ จ.เพชรบุรี มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดปี สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับประชาชนในพื้นที่ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี มาโดยตลอด ปัจจุบันพิษเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ ส่งผลให้การท่องเที่ยวชะงัก เมื่อเกิดโควิด- 19 แพร่ระบาดลุกลามไปทั่วโลก ส่งผลให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเกิดภาวะล่มสลายไม่ว่าจะเป็นเมืองหลักเมืองรองต้องพูดว่าตายสนิท แต่ยังไม่กระทบต่อ ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี มากนัก ยังมีประชาชนเชื่อมั่น และมาท่องเที่ยวอยู่ แต่หากภาครัฐ ตัดสินใจใช้พื้นที่หาดเจ้าสำราญเป็นพื้นที่กักกันโรคสำหรับ “ผีน้อย”หรือ แรงงานไทยผิดกฎหมายที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้จะส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวอย่างหนัก เพราะจะสร้างความหวั่นวิตกทั้งแก่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจนอาจไม่กล้าเดินทางมาท่องเที่ยวธุรกิจการท่องเที่ยว รายได้ประชาชนในพื้นที่จะหายไป และจะเป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจจ.เพชรบุรี และการท่องเที่ยวให้เลวร้ายลงไปอีก นายบุญยอดกล่าว ต่อไปอีกว่า การพาผีน้อย ผู้ที่กลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงมากักตัวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ วันนี้การท่องเที่ยวในประเทศกำลังจะตาย ท่านยังเอามาซ้ำเติมอีกหรือ ข่าวออกไปทั่วทั้ง ทีวี โซเชี่ยล แล้วนักท่องเที่ยวที่ไหนจะไปเที่ยวล่ะครับ รัฐบาลไม่เคยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในประเทศเลยว่าท่านควบคุมโรคระบาดนี้ได้ แม้แต่เรื่องหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ท่านยังควบคุมหรือหามาให้เป็นไปตามความต้องการได้ คิด คิด คิดกันหน่อยครับ ถ้าท่านคิดได้แค่นี้มันจะมีโรคระบาดเพิ่มขึ้นอีกหลายโรคครับ โรคอดตาย โรคซึมเศร้า โรคฆ่าตัวตาย โรคธุรกิจล้มเหลวเป็นโดมิโน่ ขอฝากรัฐบาลว่ารักษา ควบคุมทีละโรคดีกว่าครับ “ การท่องเที่ยวแต่ละแห่งกว่าจะทำให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของนักท่องเที่ยวไม่ใช่แค่สถานที่ที่สวยงามเท่านั้นต้องสร้างการมีส่วนร่วม สร้างความเป็นเจ้าบ้านที่ดี ของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆมันไม่ง่ายเลย แล้วจู่ๆท่านก็ทำแบบนี้ต้องบอกว่าพวกเราเตรียมตัวตายกันได้เลย ทำไมท่านไม่นำกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ไปพักหรือกักกันในค่ายทหารที่ห่างไกลชุมชนและอากาศปลอดโปร่ง และดูแลพวกเขาอย่างดีตามหลักสิทธิมนุษยชนซึ่งจะเป็นการดีกว่า ” ด้านนางประไพศรี แสงพู อายุ 43 ปี แม่ค้าขายของริมชายหาด กล่าวว่า รู้สึกหวาดกลัวกับข่าวที่ออกมา หากมีการนำผีน้อยมากักตัวที่โรงแรมทหารหาดจอมพลจริงชาวบ้านรวมถึงเด็กและเยาวชนในพื้นที่จะต้องได้รับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด-19 อย่างแน่นอน ที่สำคัญหาดเจ้าสำราญซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งนี้จะไม่มีผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยว ตนและพวกพวกค้าแม่ค้าก็จะขายของไม่ได้แล้วจะเอาเงินจากไหนไปเลี้ยงดูครอบครัว วอนรัฐบาลนำคนเหล่านี้ไปกักตัวที่อื่นๆ นางคำมุง ไชยมงคล อายุ 63 ปี แม่ค้าขายของริมชายหาดเจ้าสำราญ กล่าวว่า ปกติแล้วก็ไม่ค่อยมีผู้คนมาท่องเที่ยวเหมือนแต่ก่อน หากรัฐบาลส่งพวกผีน้อยมากักตัวที่นี่อีกมีหวังชายทะเลหาดเจ้าสำราญคงร้างผู้คน และคงจะส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าขายของกันไม่ได้และชาว ต.บลหาดเจ้าคงจะอยู่อย่างหวาดผวาต้องคอยระวังโรคร้ายไม่ต้องเป็นอันทำมาหากินกันอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ล่าสุด 11 องค์กรในจังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี, เทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ, หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี, YEC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี, กลุ่มธุรกิจบิสคลับจังหวัดเพชรบุรี, ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารจังหวัดเพชรบุรี, สมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี, ชมรม อบต. จังหวัดเพชรบุรี, สมาคมกลุ่มคนรักเมืองเพชร และสันนิบาตเทศบาลจังหวัดเพชรบุรี ได้ร่วมออกแถลงการณ์คัดค้าน ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า มิใช่ด้วยความรังเกียจหรือกีดกันบุคคลกลุ่มดังกล่าวที่เป็นพี่น้องร่วมชาติ แต่เห็นว่าโรงแรมทหารหาดจอมพลหรือสถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก(หาดเจ้าสำราญ) เป็นสถานที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้เพื่อการกักตัวดูอาการผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) เนื่องจากโรงแรมทหารแห่งนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 มีหาดทรายสวยงาม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.เพชรบุรี มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดปี และมิได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวปิด ในช่วงภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศซบเซาขณะนี้ มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้หล่อเลี้ยงประเทศและชุมชน การนำคนที่มาจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตรายมาพักอาศัยในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ย่อมสร้างความหวั่นวิตกทั้งแก่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจนอาจไม่กล้าเดินทางมาท่องเที่ยว และจะเป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจให้เลวร้ายลงไปอีก และเป็นที่ทราบกันดีว่าหน่วยงานราชการสังกัดกระทรวง ทบวง กรม ของไทย โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีพื้นที่เหมาะแก่การนำกลุ่มบุคคลข้างต้นไปกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการอยู่หลายแห่งในหลายจังหวัด ภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ใคร่ขอให้รัฐบาลได้โปรดทบทวนและยกเลิกแผนการที่จะนำคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้หรือประเทศใดก็ตามที่มีการแพร่ระบาดของโรค มากักตัวในสถานที่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของ จ.เพชรบุรี รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงชุมชน โดยขอให้นำไปยังสถานที่ของทางราชการอื่น ๆ ที่เป็นสถานที่ปิดและอยู่ห่างไกลชุมชน ทั้งนี้หากการร้องขอนี้ไม่ได้รับการสนองตอบที่เหมาะสม จะใช้สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญเคลื่อนไหวเรียกร้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป