หมายเหตุ : 20 เม.ย.วันนี้ในอดีต คือวันคล้ายวันเกิดของนักปราชญ์ ผู้มีอัจฉริยะ รอบด้าน นาม “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” เป็นทั้ง นักเขียน นักการเมือง ศิลปินแห่งชาติ เคยดำรงตำแหน่ง อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เสาหลักประชาธิปไตย” อีกทั้งเคยได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลสำคัญของโลก จาก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)
นอกจากนี้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ยังเป็นผู้ที่ก่อตั้ง “หนังสือพิมพ์สยามรัฐ” เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา ในวาระสำคัญ
ครั้งนี้สยามรัฐ ขอร่วมระลึก ด้วยการนำบทความ เรื่อง “ ม.ร.ว.เสนีย์ พูดถึง น้องชาย” จากหนังสือที่ระลึก จัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด80ปี ของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ จัดทำขึ้นโดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามรัฐ มีใจความดังนี้
“ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี วันนี้อ่ยุ 86ปี บอกว่าวันนี้สายตาเริ่มจะมัว ขาเริ่มจะไม่มีแรง ได้แต่เดินไปมาอยู่ในบ้านที่ถนนเอกมัย แต่ว่าความทรงจำนั้นยังแม่นยำ
“จะคุยเรื่องอะไรก็ว่ามา” ม.ร.ว.เสนีย์ ว่า “ยกเว้นเรื่องการเมือง...”
ท่านฤษีการเมือง ตอนนี้ต้องใส่แว่นสมกับเป็น “พระเจ้าตา” ยังคงสมถะอยู่กับบ้านอย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย ไปน์ที่มุมปากที่เคยเห็นอยู่เสมอ ก็วางทิ้งไปเสียแล้ว “วางมันเหมือนการเมือง” ท่านว่าหัวเราะหึๆ
ความทรงจำเกี่ยวกับ “น้องชาย” พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังคงหวนกลับมาเหมือนกับภาพอันแจ่มชัดที่อยู่เหนือกาลเวลา “ผมพอจะจำได้ตอนคุณคึกฤทธิ์เกิด พ่อไปตรวจราชการทางเรือโดยเรือโยง ขากลับจากบางประอินเรือเกยหาดทรายอยู่ ส่วนผมมีครูชื่อปลั่ง ชวนไปเก็บเห็ดมะกล่ำตาหนูอยู่บนฝ่ง”
ม.ร.ว.เสนีย์ ในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อคอกลมหลวมๆ กล่าวเสียงกังวานไปทั่วเรือนบ้านอันสงัด รอยซีดเซียวบนในหน้าที่เป็นไปตามกาลเวลา รู้สึกสดชื่นขึ้นเมื่อฟื้นถึงความหลังตอนนี้
“ ครูปลั่งบอกว่าน้องจะเกิดแล้ว ตอนนั้นฝนเริ่มตั้งเค้าและตกอยู่ใกล้ๆ เรือของพ่อ ผมอายุได้6ขวบ จำได้แม่น เรือจอดตรงข้ามวัดมีเสียงมโหรีจากวัดแว่วมาด้วย” ม.ร.ว.เสนีย์ ว่า “ตอนคุณคึกฤทธ์เกิดออกมา ดูจะมีอะไรรุนแรงอยู่..”
ทำไมจึงชื่อคึกฤทธิ์
คือหยั่งงี้ พระพันปีหลวงพระราชทานตั้งชื่อให้ เมื่อมีคนอุ้มใส่เบาะเข้าไปถวายตัว คุณคึกฤทธ์ แกอาละวาดเลยพระราชทานชื่อว่าคึกฤทธิ์ ให้คล้องกับพี่ชายที่ชื่อถ้วนเท่านึกด้วยซึ่งรัชกาลที่6 พระราชทาน”
อดีตนายกรัฐมนตรีวัย 86 กล่าวถึง “น้องชาย” อดีตนายกรัฐมนตรีเช่นกัน วัยเข้า 80 ปีว่า เมื่อสมัยเป็นเด็กเล็กนั้นก็ไม่ค่อยจะได้มีเวลาอยู่ร่วมกันนัก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ส่วนใหญ่จะโตมากับ “พี่สาว” ซึ่งเป็นคนเลี้ยง และเมื่อโตไปโรงเรียนวังหลังก็ต้องนั่งเรือพายไปโรงเรียนด้วยกันัน้น “ผมมันเป็นลิง ชอบล้อคุณคึกฤทธิ์ แกโมโหก็เลยไม่ต่อยจะถูกโรคกัน”
“น้องชาย” ในทรรศนะพี่ชายคนนี้ “เป็นคนที่ร่างโตสูง หัวโตผิดกับมนุษย์ธรรมดา แต่ความจำแกดี”
ม.ร.ว.เสนีย์ ว่า พอมีอายุได้ 15ปีก็ไปเรียนต่างประเทศ “จากน้องไป” พอกลับบ้านปีพ.ศ.2472 ต่างคนก็ต่างมีครอบครัวก็เลยไม่ค่อยจะได้พบกันอีก แต่คืนวันที่อยู่ร่วมใกล้ชิดกันมากหน่อย ก็ตอนที่ “ผมอยู่เมืองนอกคุณคึกฤทธิ์ก็อยู่แล้ว แต่ผมเรียนจบมหาวิทยาลัยจะกลับบ้านก่อน ได้พบกันก็ไปฮอล์ลิเดย์ด้วยกัน” แล้วจากนั้นก็ต้องแยกย้ายกันตามเคยอีก
สำหรับชีวิตปัจจุบัน เท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ที่ชราแล้วทั้งคู่ ก็เหมือนกับวันคืนเก่าๆที่ต่างคนต่างอยู่ และแม้ว่าจะไม่ได้ไปมาหาสู่กันก็ลึกซึ้ง ต่างเข้าใจกันประสาพี่น้องร่วมสายเลือดที่ถึงคราใครเจ็บป่วยก็ต้องไปเยี่ยมเยียนกันด้วยความผูกพัน ห่วงใยซึ่งกันและกัน
ม.ร.ว.เสนีย์รู้สึกว่าอารมณ์ดีและหน้าตาแจ่มใสเป็นพิเศษเมื่อกล่าวถึง “น้องชาย”
ประวัติ
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เกิดเมื่อวันที่20 เม.ย.2454 เป็นน้องชายของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี 4 สมัย มีพี่สาวคือ ม.ร.ว.บุญรับ พินิจชนคดี (สมรสกับ พล.ต.อ.พระพินิจชนคดี หรือ พินิจ อินทรทูต)
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เกิดในเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลบ้านม้า อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นโอรสคนสุดท้อง ในบรรดาโอรส-ธิดา ทั้ง 6 คน ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ กับหม่อมแดง (บุนนาค) ชีวิตส่วนตัวสมรสกับ ม.ร.ว.หญิงพักตร์พริ้ง ทองใหญ่ เมื่อ พ.ศ. 2479 มีบุตรธิดา 2 คน คือ ม.ล.รองฤทธิ์ ปราโมช และ ม.ล.หญิง วิสุมิตรา ปราโมช
ในบทบาทสำคัญทางการเมืองได้ดำเนินการตั้งพรรคก้าวหน้า เมื่อ พ.ศ. 2488 ต่อมาได้ยุบรวมกับพรรคประชาธิปัตย์ ก่อตั้งหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เมื่อ พ.ศ. 2493 และก่อตั้งพรรคกิจสังคม เมื่อ พ.ศ. 2517 ได้ดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 13 เมื่อ พ.ศ. 2518 โดยสามารถนำพรรคกิจสังคม ซึ่งมีเพียง18เสียงในเวลานี้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล และมี “นโยบายเงินผัน" เป็นที่รู้จักในยุคนั้น
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 9 ต.ค.พ.ศ. 2538 สิริรวมอายุ 84 ปี
เมื่อ พ.ศ. 2551 กระทรวงวัฒนธรรม ได้เสนอชื่อม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นบุคคลสำคัญของโลกต่อองค์การยูเนสโก ต่อมาในวันที่ 23 ต.ค. พ.ศ. 2552 ทางองค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ใน 4 สาขา ได้แก่ การศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน ในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาล พ.ศ. 2554