พระซื้อเหล้าขาวใส่ขวดน้ำเปล่าอำพรางแอบนั่งก๊งในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เดินโซซัดโซเซไปทั่ว รปภ.เห็นคิดว่าป่วยจึงจะเข้าไปช่วยพยุง แต่พอเข้าใกล้ได้กลิ่นเหล้าหึ่งพูดจาไม่รู้เรื่องทั้งใช้วาจาหยาบคาย จึงแจ้ง ตร.ให้มาตรวจสอบ พบขวดพลาสติกใส่เหล้าขาว 3 ขวด จึงนำตัวไปให้พระผู้ใหญ่สอบสวนและสึกเพราะผิดวินัยสงฆ์และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการ

วันที่3 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ (รปภ.) โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ว่ามีพระแอบดื่มเหล้าในโรงพยาบาลและเดินโซซัดโซเซไปทั่วเกรงจะได้รับอันตราย เพราะมีรถวิ่งเข้า-ออก ตลอดเวลา

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง พบรปภ.ของโรงพยาบาล พยายามพูดคุยกับพระรูปหนึ่งอยู่บริเวณสนามบาสเกตบอล ตรงข้ามกับอาคารจอดรถของโรงพยาบาล แต่เมื่อไปสอบถามพระรูปดังกล่าวกลับพูดจาไม่รู้เรื่อง ทั้งใช้กิริยาไม่สำรวมและพูดจาหยาบคายเช่น “กู..มึง” กับเจ้าหน้าที่ด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวพระรูปดังกล่าวไปที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ เพื่อให้พระชั้นผู้ใหญ่ทำการสอบสวน และหากพบว่าดื่มสุราจริงก็จะต้องทำการสึก เพราะถือว่าผิดวินัยสงฆ์

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภายในย่ามยังพบขวดพลาสติกสำหรับใส่น้ำเปล่าจำนวน 3 ขวด พอยกดมดูเป็นกลิ่นเหล้าขาวหรือเหล้า 40 และหนึ่งใน 3 ขวดยังมีเหลืออยู่เล็กน้อย แต่พระกลับปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่เหล้าเป็นแค่น้ำเปล่า แต่พอถามซ้ำอีกกลับบอกว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้สำหรับย้อมผม พอถามว่าอยู่วัดไหนก็ไม่ยอมตอบกลับพูดวกไปวนมาและพยายามจะเดินหนี เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวขึ้นรถไปให้พระชั้นผู้ใหญ่ทำการสึก

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภายในย่าม ก็พบใบสุทธิยืนยันว่าเป็นพระจริง ชื่อพระธนเดช สิริคุตโต หรือ นายธนเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ ต.อิสานเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ แต่ปัจจุบันเป็นพระสังกัดวัดชื่อดังแห่งหนึ่งที่ ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ซึ่งเบื้องต้นพระธนเดช ยังปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เมา ทั้งอ้างว่าที่เดินเซไปมาเพราะป่วย แต่เป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวพระธนเดช ไปทำการสึกที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์

ด้านนายประมวล เจ้าหน้าที่ รปภ. โรงพยาบาลบุรีรัมย์ บอกว่า เห็นพระรูปดังกล่าวเดินเซไปมาภายในโรงพยาบาลตอนแรกก็คิดว่าป่วย จึงจะเข้าไปช่วย จึงรู้ว่าพระรูปดังกล่าวเมาและมีกลิ่นเหล้าหึ่งซึ่งพระรูปดังกล่าวยังใช้วาจาหยาบคาย จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ