เผด็จศึกโสมแดงมะกันกร้าวลั่นสิ้นสุดความอดทนแล้ว

"รองผู้นำลุงแซม" กร้าว! จัดการปัญหา "โสมแดง" เป็นไปได้ทุกแนวทางพร้อมจี้ "จีน" เร่งดำเนินการมากกว่าที่เป็นอยู่ ด้าน "ปักกิ่ง" เล็งส่งทูตพิเศษเจรจา "เปียงยาง" สางปมพิพาทบนคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่ "นักวิเคราะห์" ฟันธงมะกันเปิดศึก "ไซเบอร์" ส่งไวรัสแฮ็กระบบยิง "ขีปนาวุธ" เกาหลีเหนือจนล้มเหลว

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างการเดินทางเยือนหมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งเป็นเขตปลอดทหาร หรือดีเอ็มแซด ซึ่งเป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า แนวทางการจัดการปัญหาเกาหลีเหนือ สามารถเป็นไปได้ทุกทางเลือกเนื่องจากยุคแห่งการใช้แนวทางอดทนอดกลั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว และหวังว่าจีนแผ่นดินใหญ่ ในฐานะชาติพันธมิตรสำคัญของเกาหลีเหนือ จะดำเนินการมากขึ้นเพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาเกาหลีเหนือ

ขณะเดียวกัน ทางด้านทางการจีนแผ่นดินใหญ่ เตรียมที่จะส่งทูตพิเศษไปยังเกาหลีเหนือ เพื่อดำเนินการเจรจาคลี่คลายปัญหาพิพาทบนคาบสมุทรเกาหลีโดยในเวลานี้ ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ ยังอยู่ระหว่างการคัดเลือกบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ทูตพิเศษ ได้แก่ นายจาง เกาลี่รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือ และนายติง ซิวเซียง ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ เช่น ผศ.แมทธิว ซัสเซกส์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย แสดงทรรศนะต่อกรณีที่เกาหลีเหนือประสบความล้มเหลวในการทดลองยิงขีปนาวุธเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า มีความเป็นไปได้สูงว่า อาจถูกหน่วยงานด้านสงครามไซเบอร์ของสหรัฐฯ ใช้ไวรัส หรือเวิร์มคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ "สตักซ์เนต" โจมตีระบบควบคุมการยิงขีปนาวุธจนทำให้เกาหลีเหนือประสบความล้มเหลวดังกล่าว

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและข่าวกรองระหว่างประเทศ แสดงทรรศนะว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือนำมาร่วมขบวนพาเหรดในพิธีสวนสนาม ที่กรุงเปียงยาง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นอย่างน้อย 1-2 ลูก อาจเป็นของปลอมโดยสังเกตจากการโยกคลอนในช่วงที่ถูกกระแสลมพัดขณะร่วมขบวน
(รายละเอียด นสพ.สยามรัฐ รายวัน วันที่ 18 เมษายน 2560 )