วันที่ 26 ก.พ. 63 ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงว่า สำหรับการดำเนินการเรื่องไวรัสโคโรน่า รัฐบาลได้มีการเตรียมการล่วงหน้ามากพอสมควรก่อนที่เขาจะประกาศแต่ตนไม่อยากให้ ครึกโครมจนเกินไปโดยมีการเตรียมพร้อมบุคลากรด้านสาธารณสุข เมื่อมีการประกาศก็ต้องเข้มงวดในการดำเนินการ วันนี้เราสามารถคอนโทรลได้ในระดับหนึ่งแต่รัฐบาลก็ไม่ประมาท ไม่ได้บอกว่าจะไม่ติดหรืออะไรต่างๆ ซึ่งอยู่ที่ตัวของพวกเราทุกคนด้วย อย่างที่ในสภามีการระวังกันก็ดีอยู่แล้ว สิ่งสำคัญสุดเราต้องระวัง และต้องมีมาตรการ ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำ การตรวจสอบที่สนามบินการติดตามที่บ้าน ในพื้นที่ควบคุมโรค 21 วันหรือ 14 วัน และเดี๋ยววันนี้ก็คงจะมีมาตรการ แต่สิ่งที่ตามมา คือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจากการประเมินของต่างประเทศจะเกิดขึ้นระยะยาวพอสมควร ไม่รู้จะจบสิ้นเมื่อไหร่ ฉะนั้นมีผลกระทบแน่นอน การเดินทางไปมาหาสู่ ในหลายประเทศก็ห้าม สิ่งสำคัญประเทศต้นทางห้ามอยู่แล้ว ไม่ให้ใครมาหรอก การที่เราไปรับคนไทยกลับไม่ใช่ช้าหรือไม่ช้า เดิมเตรียมความพร้อมแต่เขาไม่ให้เครื่องบินพาณิชย์บิน จนกระทั่งให้บินได้โดยสายการบินพาณิชย์ ของไทยที่บินอยู่แล้ว เมื่อเขาหยุดบินในตอนนั้นเราจึงได้เตรียมเครื่องบินทหารไว้ แต่เป็นความจำเป็นของเขา ซึ่งต้องฟังกันบ้าง

นายกฯกล่าวว่า ส่วนเรื่องหน้ากากอนามัยได้พูดไปหลายครั้งแล้ว รัฐบาลไม่ได้อยากขาย แต่เราขอตัดยอดจากร้านมา ไปขอแบ่งเขามาซึ่งตามร้านไม่มีขาย ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาลก็จากไปเป็นแสนเป็นล้าน และก็กำลังจะแจกอีก และกำลังเตรียมทำหน้ากากผ้าโดยให้ชุมชนท้องถิ่นเย็บหน้ากากผ้าเพื่อมีรายได้เป็นของตัวเองโดยกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกจังหวัดจะช่วยหารายได้ให้กับประชาชน โดยให้ผลิตเองซึ่งป้องกันได้เหมือนกันรับรอง โดย กระทรวงสาธารณสุข สามารถซักได้จะเขียน Fashion อย่างไรก็ตามสะดวก จะได้สบายใจกัน ส่วนการเคลื่อนย้ายต่างๆ วันนี้ยังมีปัญหาอยู่ที่ประเทศต้นทาง ซึ่งการเคลื่อนย้ายค่ามณฑลยังไม่มีการอนุญาต เราต้องฟังต้นทาง และขอความร่วมมือกัน ในเรื่องอื่นๆต่อไป ยาวัคซีนซึ่งโชคดี ที่โรงพยาบาลราชวิถีของเราได้มีการคิดค้นวัคซีนระยะที่ 1 ซึ่งก็ต้องทดลองต่อไป ได้ทดลองไปแล้วมีผลส่วนหนึ่งแต่อาจจะไม่ ได้ผลกับคนอีกส่วนหนึ่งก็ได้ ดังนั้นต้องมีการคัดกรอง

"เราไม่ได้มีการปิดบังหรือบิดเบือนตัวเลข ซึ่งได้มีการชี้แจงทุกวัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเตรียมความพร้อมมากที่สุด สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย เป็นประเทศแรกที่มีการคัดกรองทุกสนามบิน มีบุคลากรทางการแพทย์อาสาสมัครที่มี ความสามารถของทุ่มเท เสียสละมากมาย หมอทหารตำรวจไปช่วยกันทุกคน เพราะชีวิตและสุขภาพของคนไทยสำคัญที่สุด ขอให้ร่วมมือกันไป"

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน