เพจเฟซบุ๊ก Peace News ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

ชี้พรรคกู้เงินสามัคคีต้ม อนค.
หลอก"ธนาธร"พูดจริงโดนยุบ
.
“จตุพร”เป็นกำลังใจอนาคตใหม่ ชี้ “ธนาธร” ยังผจญอีกหลายวิบากถึงขั้นติดคุก ลั่นคนเสื้อแดงเจอมาแล้วทั้งตาย ติดคุก เตือนต้องลุกเร็ว ย้ำซักฟอกครั้งนี้สำคัญและมีความหมายที่สุด เชื่อ ปชช.สั่นคลอนรัฐบาลได้ เย้ยยุบอนาคตใหม่แล้ว รัฐบาลจะตามอนาคตใหม่ไปในไม่ช้า
.
เมื่อ 23 ก.พ. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองให้ประชาชนมาร่วมสังสรรค์รับทราบในหัวข้อ “เป็นกำลังใจให้อนาคตใหม่” ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5
.
“เราให้กำลังใจชาวอนาคตใหม่ เพราะสิ่งที่คุณเจอมา คนเสื้อแดงเจอหนักกว่ามาแล้วทั้งสิ้น คุณยังขาดอีกข้อหนึ่งคือเรื่องคุกตะราง ซึ่งไม่มีอะไรจะไม่เจอ แต่เมื่อเจอแล้ว คุณต้องลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย เพราะเรา(เสื้อแดง) เจอมาตลอดต้องล้มลุกคลุกคลานในช่วง 10 ปี และเราก็ลุกเร็ว”นายจตุพร กล่าวอย่างเห็นใจและเตือนถึงเส้นทางต้องผจญวิบากกรรมในอนาคต
.
รวมทั้ง กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า ก่อนการยุบพรรคอนาคตใหม่ 1 วัน สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ได้ชวนไปบันทึกรายการ กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในขณะนั้น โดยหัวข้อหลักก็คือ เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตนพยายามภาวนาว่าสิ่งที่ตนวิเคราะห์ไว้จะเป็นผลลัพธ์ตรงกันข้าม เพราะเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นหลายคนต่างมีความเชื่อแตกต่างกัน แต่โดยก้นบึ้งลึกของตนรู้ว่าบนเส้นทางทางการเมืองอย่างนี้โอกาสที่จะรอดนั้นยาก
.
ตนผ่านการยุบพรรคมาแล้ว 2 พรรคและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ดังนั้นเส้นทางที่อนาคตใหม่และนายธนาธรเจอ ตนผ่านมาแล้ว ในฐานะคนที่ผ่านมาก่อนสิ่งที่นายธนาธรต้องคิดต่อไปคือคดีทางอาญา ซึ่งตนได้พูดต่อหน้านายธนาธรในรายการที่ไปบันทึกเทปว่า เหตุที่พรรคอนาคตใหม่เจอกับการร้องเรียนเรื่องเงินกู้นั้น ตนอธิบายว่า พรรคการเมืองทั้งประเทศสามัคคีกันต้ม ว่าเรื่องนี้ใครก็แล้วแต่จะต้องตกแต่งและต้องไม่ประกาศซึ่งทุกพรรคการเมืองก็ทำเช่นนี้ หากจะกู้ก็ออกแบบกันไว้ว่าไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่นายธนาธรกลับมาเปิดเผยเรื่องการกู้เงินอยู่พรรคการเมืองเดียว ก็โดนอยู่พรรคเดียว เพราะ พรรคการเมืองที่เหลือสามัคคีกันต้มนี่คือความจริงของประเทศไทย
.
แต่ทันทีที่ถูกตัดสินเรื่องนี้ก็จะพ่วงด้วยคดีอาญา เพราะอานุภาพของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าผิด ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะไปวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ก็ต้องเอาผลคำผูกพันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นตัวตั้ง เหมือนอย่างกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นฟ้อง กกต.ทั้ง 7 คน ศาลอาญาบอกว่ารอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน แล้วจึงจะนัดอ่านคำวินิจฉัยว่าจะรับฟ้องในกรณีดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้นเส้นทางต่อไปโดยเฉพาะการชุมนุมจะต้องคิดอ่านอย่างรอบคอบ
.
ส่วนตัวมองว่า การชุมนุมแบบแฟลชม็อบ อาจจะทำได้ เต็มที่ไม่เกิน 5 ครั้งเพราะหลังจากนั้นผู้มาร่วมชุมนุมจะไม่ยอมกลับเพราะต้องการชัยชนะกลับบ้านกันทั้งนั้น พร้อมทั้งตั้งคำถามว่าเส้นทางของนายธนาธนจะจบแบบไหน อย่าง นปช.จบลงด้วยการถูกปราบปรามคนล้มตายจำนวนมาก บางฝ่ายก็จบลงด้วยการมีคนมายึดอำนาจให้ แต่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะจบลงอย่างไร ก็ถูกดำเนินคดีด้วยกันทั้งสิ้น
.
อย่างไรก็ตามสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้ ไม่ใช่ว่าเสียงอนาคตใหม่จะหายไป 11 เสียงแล้วรัฐบาลจะอยู่ดี เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเสียงในสภา ที่ผ่านมามีปรากฏการณ์ คนฆ่าตัวตายรายวันเพราะพิษเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวก็พัง ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ แล้วรัฐบาลจะอยู่ได้อย่างไร ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลเองก็ขอให้นับเดือนรอ ตามหลังอนาคตใหม่ไปในไม่ช้า
.
“ความขัดแย้งครั้งนี้ ถ้าก่อขึ้นใหม่น่ากังวล และยิ่งน่ากังวลมากไปอีก เพราะรัฐบาลไม่มีอนาคตอะไรให้กับประชาชนเลย ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเริ่มวันจันทร์นี้ (24 ก.พ.) จะมีความหมายและสำคัญที่สุด ซึ่งจะสะท้อนถึงเวลาประชาชนทุกข์ยากนั้น รัฐบาลทำอะไรอยู่ อีกทั้งการอภิปรายฯของฝ่ายค้านเป็นการพูดกับประชาชนโดยตรง”

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน