รายงานข่าวจากวงการประกันภัยล่าสุด แจ้งว่า มีหลายบริษัทประกันวินาศภัยได้ปรับเปลี่ยนนโยบายในการรับประกันทั้งรถใหม่ป้ายแดง และรถที่ทำประกันอยู่แล้วของรถยี่ห้อ CHEVROLET เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องของงานบริการ เพราะเกรงว่าจะไม่มีอะไหล่ซ่อมแซมหรือดูแลลูกค้าไม่ทั่วถึง รวมไปถึงเป็นการเปิดช่องให้มีการเรียกร้องค่าสินไหมไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากราคารถยี่ห้อดังกล่าวได้ปรับลดลงมาเกือบครึ่งในท้องตลาดขณะนี้ โดยเท่าที่ได้มีการสำรวจบริษัทรับประกันรถยนต์รายใหญ่ในตลาดล่าสุด ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2563 ที่ผ่านมาบริษัทกรุงเทพประกันภัยได้ประกาศแจ้งตัวแทนนายหน้าประกันภัยออกมาแล้วว่าบริษัทขอแจ้งระงับการเสนอเบี้ยป้ายแดง CHEVROLET ทุกรุ่น สืบเนื่องมาจากการปิดตัวของผู้ผลิตรถยนต์ที่จะถอนตัวออกจากตลาดในประเทศไทยดังกล่าว ซึ่งมีผลต่อการรับประกันภัย กรณีมีเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว อย่างไรดี ล่าสุดทางฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ของบมจ.กรุงเทพประกันภัยได้ชี้แจงมาว่า​ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อลูกค้า บริษัทกรุงเทพประกันภัยไม่มีนโยบายในการระงับหรืองดรับประกันภัยรถเชฟโรเลตป้ายแดง บริษัทฯ ยังคงให้บริการรับประกันภัย แต่จะมีการปรับทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับราคาตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะทีบมจ.สินมั่นคงประกันภัย กำลังออกหนังสือไปถึงลูกค้าเพื่อขอทำการลดทุนเอาประกันลงมา รวมถึงกรณีลูกค้าเดิมที่ทำประกันชั้นหนึ่งประเภทซ่อมห้างอยู่เดิมแล้ว ก็จะมีการปรับเปลี่ยนสัญญากรมธรรม์เป็นการทำประกันชั้นหนึ่งประเภทซ่อมอู่ธรรมดาแทน ส่วนรถป้ายแดงที่ออกมาใหม่จะไม่มีการรับประกันเบี้ยซ่อมห้าง จะเสนอขายให้ลูกค้าเป็นเบี้ยประกันชั้นหนึ่งซ่อมอู่ธรรมดาแทน โดยลูกค้าจะต้องนำตัวหน้าเล่มรถกับสัญญาซื้อขายอย่างใดอย่างหนึ่งมาแสดง เพื่อจะได้รับทราบราคารถที่แท้จริง เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้โค้ดเบี้ยประกันได้ตรงหรือสอดคล้องกับราคารถในตลาด ขณะที่บมจ.สินทรัพย์ประกันภัยได้มีหนังสือไปถึงโบรกเกอร์ขอสงวนสิทธิ์งดรับประกันรถยนต์ยี่ห้อ Chevrolet ทุกรุ่น ทุกแคมเปญสำหรับงานประเภท 1, 2+, 3+ ทั้งงานใหม่และงานต่ออายุ แต่จะรับคุ้มครองเป็นประเภท 3 เท่านั้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563​ สำหรับงานที่ได้มีการโค้ชเบี้ยไว้ก่อนหน้านี้ขอให้ส่งแจ้งงานภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 อย่างไรก็ตาม​ มีรายงานเข้ามาล่าสุดอย่างไม่เป็นทางการว่าบริษัทประกันMSIG ไม่รับ Chevrolet ทุกรุ่น หากรับแต่จะรับประกันในประเภทชั้น3 ส่วนบริษัทประกันคุ้มภัยโตเกียวไม่รับ Chevrolet ทุกรุ่น รับแต่ประกันชั้น3 ขณะที่บมจ.ทิพยฯ รับประกัน​ โดยยึดตามราคารถในตลาดปัจจุบัน​ แต่ซ่อมอู่​ ขณะที่บมจ.อาคเนย์ฯ ยังรับประกันชั้น1 ป้ายแดง​ แต่จะส่งเช็ครายคัน ส่วนงานใหม่ป้ายดำไม่รับ ยกเว้นประกันชั้น3+ หรือประกัน2+ ยังรับปกติ ส่วนบมจ.มิตรแท้ประกันภัยรับประกันชั้น1แต่สลักท้ายกธ.ให้ลูกค้าเซ็นต์รับทราบว่าอาจจะจัดซ่อมช้าหน่อย​เพราะต้องรออะไหล่ สำหรับบมจ.เทเวศประกันภัย รับประกันแต่ประเภท3 เท่านั้น​ ส่วนบมจ.Axa ประกันภัย​ รับประกันแต่จะซ่อมอู่ธรรมดา​ ไม่มีซ่อมห้าง​ ขณะที่บมจ.เมืองไทย ประกันภัยรับปกติ แต่ทุนเอาประกันคงยึดตามราคาซื้อ​ สำหรับบมจ.เอเชียประกันภัยจะยังรับประกันประเภท 2+และ3+อยู่ปกติ ส่วนประกันประเภทชั้น1 กระบะ ปกติ และรถเก๋ง จะส่งเช็ครายคัน​ ขณะที่บมจ.สินมั่นคงฯจะรับประกันขั้น1 แต่ไม่รับงานต่ออายุ โดยกำลังรอหารือเรื่องทุนอยู่ แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า สาเหตุที่บริษัทรับประกันปรับเปลี่ยนนโยบายกระทันหันในเรื่องนี้ เพราะสาเหตุว่า รถยนต์ยี่ห้อดังกล่าวขณะนี้ เป็นที่วิตกกังวลอย่างมาก โดยฉพาะรถที่รับประกันไว้เดิมอยู่แล้วก่อนหน้านี้ในวงเงินทุนเอาประกันที่สูง อาทิราคาลดก่อนหน้านี้ 1 ล้านบาท บริษัทประกันฯจะรับประกันไว้ในวงเงินทุน 8 แสนบาท เป็นต้น แต่ขณะนี้ราคารถใหม่ที่ขายตกอยู่ 5 แสนบาท บริษัทประกันฯก็เกรงว่าจะเกิดกรณีของการแสวงหาประโยชน์จากส่วนต่างราคารถที่เกิดขึ้น โดยมีจัดฉากฉ้อฉล ทำรถหาย หรือเกิดเหตุเสียหาย Total Loss จากนั้นจึงมาแจ้งเคลมกันจำนวนมาก เพื่อจะได้เงินสินไหมจากรถคันเก่าที่ทำประกันไว้ในวงเงินทุนเอาประกันที่สูงกว่า แล้วนำไปซื้อรถใหม่ป้ายแดง CHEVROLET ที่ถูกกว่า อย่างนี้เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสาเหตุให้หลายบริษัทกำลังพิจารณาดูความเสี่ยงตรงจุดนี้กันอยู่ว่า มีความเป็นไปได้ไหม หากจะหาทางปรับลดทุนเอาประกันลงมาได้หรือไม่ แล้วคืนเบี้ยประกันที่เหลือให้กับลูกค้า เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูว่าบริษัทไฟแนนซ์ยินยอมหรือไม่ด้วย​ หากมีการลดทุนเอาประกันลงมา หากเกิดเสียหายขึ้นมา ก็เกรงจะได้ค่าสินไหมที่บริษัทประกันจ่ายคงไม่พอเพียงกับภาระหนี้สินหรือวงเงินที่ไฟแนนซ์ปล่อยเช่าซื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนลูกค้าที่จะทำประกัน 2 พลัส หรือ 3 พลัส ที่มีการคุ้มครองรถชนกันก็เช่นกัน ก็จะต้องมีการปรับลดทุนเอาประกันลงมาเช่นเดียวกับเงื่อนไขรับประกันชั้นหนึ่ง