เมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบการจัดเก็บข้อมูลและวัดผลจึงต้องปรับตัวเร็วไปตามข้อมูลบนโซเชียลในปริมาณมหาศาล WISESIGHT (ไวซ์ไซท์) ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลอันดับ 1 ในประเทศไทย โดย กล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างมาตรฐานในการวัดผลการทำงานในวงการโซเชียลมีเดีย โดยปีนี้สร้างความท้าทายเพิ่มขึ้นอีกขั้น ด้วยการพัฒนาระบบ “AI” (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ พร้อมต่อยอดความสำเร็จในการให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลให้กับหลายแบรนด์ จนได้รับความไว้วางใจมาตลอดระยะเวลา 10 ปี เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียล สู่การคัดสรรผลงานที่ดีเยี่ยมบนโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้น

จากข้อมูลปริมาณมหาศาลบนโลกดิจิทัล หรือราว 20 ล้านข้อความต่อวัน ซึ่งสัมพันธ์กับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ที่ไม่ว่าจะทำอะไร เดินทางไปที่ไหน พบปะกับใคร อัพเดทข่าวสารใหม่ๆ ซื้อสินค้า ชำระค่าใช้จ่าย ประกอบอาชีพ ฯลฯ มักต้องใช้ ‘โซเชียลมีเดีย’ (Social Media) หรือช่องทางออนไลน์เป็นองค์ประกอบหลัก ดังนั้นเมื่อแบรนด์รุกทำดิจิทัลมาร์เกตติ้ง ประชาสัมพันธ์ข่าวสารลงบนพื้นที่ออนไลน์สู่ผู้บริโภค การรวบรวมข้อมูลที่มีปริมาณมากขึ้นต่อเนื่อง การวัดผล การสรุปผล โดยใช้เวลาระยะสั้นๆจึงเป็นโจทย์ที่ยาก เพราะประสิทธิภาพคน 1 คน โดยเฉลี่ยสามารถอ่านข้อความได้เพียง 500 ข้อความต่อวัน

ทั้งนี้ยกตัวอย่างหากต้องการดูฟีดแบคของแคมเปญหนึ่งซึ่งมี 1 แสนข้อความ คน 1 คน ต้องใช้เวลาประมาณ 100 วัน หรือมากกว่านั้น แต่ถ้าต้องการให้งานสำเร็จในเวลา 10 วัน ต้องใช้คนประมาณ 20 คน ซึ่งค่าใช้จ่ายจะแพงมาก ดังนั้น การนำระบบ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคนในการวิเคราะห์ข้อมูลให้สำเร็จในระยะสั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ WISESIGHT ให้ความสำคัญ และเดินหน้าพัฒนาระบบ AI ให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำ Data Science หรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล เข้ามาช่วย

โดยระบบ AI ของเราคือ สิ่งที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียที่มีปริมาณมหาศาลในระดับที่คนไม่สามารถทำได้ โดยจะช่วยวิเคราะห์ในเรื่อง 1.ผู้บริโภคกล่าวถึงแบรนด์เราหรือไม่ 2.จำแนกข้อความได้ว่า แสดงความคิดเห็นเชิงบวกหรือเชิงลบ 3.ทราบพฤติกรรมผู้บริโภคว่าอยู่กลุ่มใดเช่น กลุ่ม Consideration ผู้บริโภคเกิดการพิจารณาแบรนด์หรือสินค้า กลุ่ม Advocate ผู้บริโภคสนับสนุนแบรนด์หรือสินค้า หรือกลุ่ม Awareness ผู้บริโภคเพียงรับรู้และเข้าถึงแบรนด์หรือสินค้า เป็นต้น

นอกจากนี้ AI ของ WISESIGHT ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลภาพ พร้อมจัดกลุ่มประเภทรูปภาพ เพื่อให้แบรนด์สามารถวิเคราะห์หา insight หรือข้อมูลเชิงลึกที่ซ่อนอยู่ในรูปภาพ และนำไปวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ได้อีกด้วย ซึ่งใน 1 ปี มีข้อมูลภาพที่คนแชร์กันบนโซเชียลมีเดียอยู่ราวถึง 250-300 ล้านภาพ

ในขณะที่ Data Science หรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล คือวิธีการทำงานกับ Data หรือจัดระเบียบข้อมูลเหล่านั้น ให้ Data Analyst หรือ นักวิเคราะห์ข้อมูล สามารถนำไปทำงานต่อได้ โดยที่ WISESIGHT เน้นพัฒนาทักษะของ Data Analyst ให้รอบด้านมากขึ้น เพื่อสร้างขุมพลังการวิเคราะห์ข้อมูลให้ครอบคลุมในทุกๆด้าน ซึ่งทีมนักวิเคราะห์ข้อมูลจะทำงานร่วมกับ AI ที่จะแบ่งกลุ่มข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาลพร้อมจัดลำดับความสำคัญของข้อความโดยการทำ Classification หรือ Cluster เช่น ผู้บริโภคกล่าวถึงแบรนด์ในด้านดี หรือด้านไม่ดี แล้วกลุ่มเหล่านี้เชื่อมโยงกับคนประเภทใด ดังนั้นการใช้ AI และ Data Science ควบคู่กันในแบบ WISESIGHT จะยิ่งเสริมกำลังในด้านการจัดการข้อมูลบนโซเชียลได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสภาวะวิกฤตบนโซเชียลมีเดีย หรือ Crisis Management สามารถเข้าไปช่วย Alert ให้ลูกค้ารู้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้แบรนด์หาวิธีแก้ไขปัญหา รวมถึงวางแผนสำรองในสภาวะเกิดวิกฤตบนโซเชียลมีเดีย เพื่อไม่ให้ปัญหาเหล่านั้นขยายไปในวงกว้างได้อย่างทันท่วงที

โดยปีนี้ WISESIGHT ในฐานะผู้จัดงาน Thailand Zocial Award 2020 (ไทยแลนด์ โซเชียล อวอร์ด 2020) ครั้งที่ 8 งานประกาศรางวัลสำหรับคนโซเชียลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อเชิดชูแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลในวงการบันเทิงที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม ภายใต้คอนเซปต์ SHIFT: Make it SHIFT พาทุกคนยกระดับการทำงานกับโซเชียลมีเดีย มีไฮไลท์สำคัญคือ การนำ AI และ Data science มาวัดผลงานจำนวนมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย เพื่อคัดผลงานที่ดีเยี่ยมที่สุดในแต่ละสาขาบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งผลผู้ชนะจะเป็นใครบ้าง ติดตามพร้อมกันในวันที่ 28 ก.พ.63 ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน