หากจะเอ่ยถึง ซีอีโอ หนุ่มหล่อไฟแรงหลายคนจะนึกถึง "ฉัตรชัย ศิริไล" กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ผู้ที่ฉายแสงอยู่ในวงการ ธนาคารมายาวนานกว่า 22 ปี หลังจากจบ ปริญญาโท (Master of Computer Science) จาก Syracuse University, New York, USA นักเรียนทุนธนาคารอาคารสงเคราะห์ รุ่นที่ 1 ก็เข้ามาทำงานกับ ธอส.ทันทีใน ในปี 2539 การทำงานที่มุ่งเน้นในเชิงรุกและสร้างสรรค์ จนผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม และได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการ ให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในปี 2559

ตลอดช่วงเวลาทีดำรงตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 – 31 ธันวาคม 2562 กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้นำพา ธอส. สู่ยุคที่เจริญรุ่งเรื่องที่สุด ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมกับสร้างผลงานออกมาสู่
สังคมมากมาย จนทำให้ ธอส. ได้รับรางวัลต่าง ๆ และหนึ่งในรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของ ธอส.ซึ่งถือเป็นสถาบันการเงินแห่งแรก และเป็นสถาบันการเงินของรัฐเพียงแห่งเดียวที่ได้รับรางวัลคุณภาพแห่งชาติ Thailand Quality Award (TQA) ประจำปี 2562 และไม่มีหน่วยงานใดในประเทศได้รับรางวัลนี้มานานถึง 10 ปี และเป็นรางวัลต้นแบบระดับประเทศที่มีความสามารถในการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และมีระบบบริหารจัดการองค์กรที่เป็นเลิศ โดยสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นับได้ว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ ที่การันตีการดำเนินงานทุกด้านของธนาคารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างมี
คุณภาพและเป็นระบบ

นอกจากนี้ธอส.ยังเป็นเจ้าของรางวัลต่าง ๆ อีกมากมาย ในปี 2561 ได้รับรางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น กลุ่มขนาดใหญ่ รางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่น ด้านการยกระดับการบริหารจัดการองค์กร รางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

ปี 2562 ธอส. ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม รางวัลผู้นำองค์กรดีเด่นรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ อันดับ1ซึ่ง ธอส. ครองแชมป์อันดับสูงสุดในจำนวนหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมินทั้งสิ้น 8,299 หน่วยงาน 3 ปีซ้อนที่ระดับคะแนนสูงสุด 99.06 รวมถึงผลงานการบริหารงานที่สำคัญอีกหลายโครงการ อาทิ โครงการสินเชื่อบ้านล้านหลัง โครงการสินเชื่อบ้านประชารัฐ เป็นต้น

ขณะที่การดำเนินงานด้านการเงินของธนาคารที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2558 ธนาคารมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจาก 900,223 ล้านบาท เป็น 1,245,651 ล้านบาท ในปี 2562 หรือคิดเป็น 38.37% ซึ่งเป็นผลจากการที่ธนาคารมีการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีความหลากหลายครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งรายได้น้อยและปานกลาง รวมถึงสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัย
เป็นของตนเองสอดคล้องกับพันธกิจหลักของธนาคาร ทำให้เงินให้สินเชื่อในปี 2562 เติบโตเพิ่มขึ้น เป็น 1,209,264 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 40.15% ในส่วนของหนี้สินเพิ่มขึ้นจาก 838,226 ล้านบาท เป็น 1,154,833 ล้านบาท ในปี 2562 ส่วนใหญ่มาจากเงินรับฝากที่มีการเติบโตสอดคล้องกับเงินให้สินเชื่อธนาคารมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ในปี 2562 คิดเป็นเพิ่มขึ้น 53.48% และยังสามารถรักษาระดับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income) ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าธนาคารอื่น รวมถึงมีคุณภาพสินทรัพย์และเงินกองทุนอยู่ในระดับตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ส่วนการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่และสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างของธนาคารมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะในปี 2560 - 2561 ที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และสูงกว่าภาพรวมของตลาดสถาบันการเงิน ที่อัตราร้อยละ 6.79 และร้อยละ 17.06 ตามลำดับ ซึ่งธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากกว่า 200,000 ล้านบาท ในปี 2561 มีส่วนแบ่งการตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างเป็นอันดับ 1 และมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลกำไรเป็นไปตามตัวชี้วัด Optimized Profit โดยไม่ได้มุ่งเน้นผลกำไรสูงสุด ขณะที่ผลการประเมินตามบันทึกข้อตกลงฯ พบว่าผลคะแนนรวม ซึ่งเป็นผลคะแนนที่รวมในส่วน กระบวนงาน/ระบบงาน (SEPA) และในส่วนผลลัพธ์ (Result) มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเช่นกัน

ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการ ธอส.ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนให้ ธอส.ดำเนินงานตอบสนองต่อเจตนารมณ์ เพื่อสร้างความสุขและความมั่นคงในชีวิตด้วยการ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” โดยวางระบบการนำองค์กรใหม่ ที่เรียกว่า “GHB SMART Leadership System” ประกอบด้วย พันธกิจ วิสัยทัศน์ ค่านิยม และ 5 ฟันเฟือง เพื่อขับเคลื่อนองค์กร ให้บรรลุเป้าหมายองค์กร (SMART Goals) ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและภาวการณ์แข่งขันที่เกิดขึ้น พร้อมกับทบทวนค่านิยม GIVE และเพิ่มเติม 4 พฤติกรรมมุ่งเน้น (GIVE+4) ได้แก่ Good Governance หรือการทำงานอย่างโปร่งใสมีธรรมาภิบาล, Innovative Thought มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่, Value Teamwork การทำงานเป็นทีม, Excellence Service การให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด, (En)Courage to Change กล้าเปลี่ยนแปลง หรือสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง, Achievement Oriented มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จให้ได้ตามเป้าหมาย, Professional มีความเป็นมืออาชีพ รู้จริงหรือเชี่ยวชาญในงาน ให้คำแนะนำแก่คนอื่นได้ และ Speed ทำงานให้เสร็จตามแผนหรือเร็วกว่าแผน

ขณะเดียวกัน ธอส. ได้ขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลไก 3 ด้าน (GHB Drive Engine) การดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง รวมถึงข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ การเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและสูง และการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนต่ำ ภายใต้กรอบภารกิจและหลักธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการปรับภาพลักษณ์องค์กรให้มีความทันสมัย ยกระดับการบริการรูปแบบดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีและพัฒนาและขึ้นระบบงานหลัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ให้รองรับปริมาณธุรกรรมที่มากขึ้นและรองรับการดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ ปรับปรุง Core Business Process กระบวนงานให้บริการสินเชื่อ เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้าสินเชื่อ แก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการอันพึงเป็นงานของธนาคารอาคารสงเคราะห์ และกฎกระทรวง ออกสลากออมทรัพย์ในปี 2562 รวมถึงการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับลูกค้าเงินฝากออมทรัพย์ได้สำเร็จในปี 2562

สำหรับการตอบสนองนโยบายรัฐบาลและพันธกิจของธนาคารในการช่วยเหลือให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ธนาคารได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง) โครงการบ้านคนไทยประชารัฐ บนที่ดินราชพัสดุ โครงการมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท โครงการมาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย “บ้านดีมีดาวน์” โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage: RM) และโครงการของขวัญปีใหม่ 2563 เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินสำหรับลูกค้า ธอส. ผู้มีรายได้น้อย ฯลฯ

สิ่งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) โดยใช้หลักการและจัดทำโครงการ 3 Lines of Defense ส่งผลให้ธนาคารได้รับรางวัล ITA Awards (รางวัลการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ) อันดับ 1 ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ ปี 2560 – 2562 และกรรมการผู้จัดการ ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการสภาสถาบันการเงินของรัฐ (ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารสูงสุด ของสถาบันการเงินของรัฐ 9 แห่ง) ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสภาสถาบันการเงินของรัฐ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 ถึง พฤษภาคม 2562 และเมื่อเดือนเมษายน 2562 สภาสถาบันการเงินของรัฐได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ โดยปัจจุบันกรรมการผู้จัดการ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจในความสำเร็จของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้มีความเจริญรุ่งเรื่อง เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน