ขอต้อนรับกลับเข้าสู่วงจรชีวิตปกติอีกครั้ง หลังวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่ใครหลายๆ คนได้กลับภูมิลำเนาบ้านเกิดไปหาครอบครัว หรือไม่ก็เดินทางไปท่องเที่ยวชาร์ตแบตเติมพลังกาย พลังใจกลับมาสู้ชีวิตอีกครั้ง แต่ก็นะหยุดยาวทีไร เล่นทำเอาขี้เกียจทุกที ทว่าจะทำอย่างไรได้ในเมื่อความจำเป็นทางเศรษฐกิจยังเป็นเงื่อนไขในชีวิต ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานกันต่อไป ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องงานประจำกันโดยเฉพาะ เพราะทุกๆ คนต้องการงาน ยิ่งสมัยนี้เขาว่าอย่าเก็บไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว อะไรก็ไม่แน่นนอน ให้พยายามสร้างรายได้จากหลายๆ ทาง ก็เลยต้องมีงานประจำ งานนอกเวลาสำรองกันเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ตำแหน่งงานที่ต้องการสมใจ เพราะมันเป็นเรื่องของโอกาสด้วย

และแม้จะได้งานที่ปรารถนา สร้างรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ แต่งานประจำเหล่านั้นก็มักเต็มไปด้วยความเครียด ความกดดัน ทำร้ายร่างกาย ทำลายจิตใจวันละนิดทีละน้อย แม้จะทำให้ความฝันในการมีบ้าน มีรถใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ปัญหาสุขภาพก็ตามมาติดๆ เหมือนกัน วันนี้เราเลยจะมาลองยกตัวอย่างว่า งานประจำอะไรบ้างที่เขาว่าสามารถฆ่าคุณได้ช้าๆ

เริ่มจาก "เจ้าหน้าที่ตำรวจ" เลย งานนี้เราไม่ได้พูดถึงคุณตำรวจในภาพยนตร์อย่างเรื่อง เดอะ ซิมป์สันส์ ที่วันๆ เอาแต่นั่งกินโดนัท เหมือนทั้งวันไม่มีกิจอันใด แต่เรากำลังหมายถึง ชายหญิงกลุ่มหนึ่งที่ทำงานบนความเสี่ยงเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม โดยเฉพาะในยุคที่กระแสก่อการร้ายลุกลามไปทั่วทุกพื้นที่ของโลก แค่ช่วงที่ผ่านมาก็มีทั้งเหตุโจมตีเวสต์มินสเตอร์ ในอังกฤษ เหตุขับรถบรรทุกพุ่งชนฝูงชนในสวีเดน และสัปดาห์สงกรานต์ก็ช็อกโลกไปอีกกับเหตุลอบวางระเบิดรถบัสนักฟุตบอลทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเยอรมนี

ในส่วนของการเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็มีไม่น้อย แต่ที่น่าสนใจจำนวนมากไม่ได้เสียชีวิตจากอาวุธปืน จากการยิงปะทะ แต่เป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร นั่นเพราะตำรวจส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการอยู่หลังพวงมาลัย และเมื่อการงานที่ตึงเครียดเหนื่อยล้า นั่นก็เป็นที่มาของอุบัติเหตุบนท้องถนน

ต่อมาคือ "นักผจญเพลิง" ขึ้นชื่อว่าทำงานกับไฟก็เพียงพอแล้วสำหรับอันตรายที่จะเกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นถูกไฟคลอก สูดเอาควันพิษ เหล่านี้เป็นความเสี่ยงเบื้องต้น ที่บ่อนทำลายสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในระยะยาว ยังไม่นับการเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ หากเป็นอาคารที่กำลังเกิดเพลิงไหม้ก็เสี่ยงที่จะเกิดอาคารถล่ม หรือได้รับบาดเจ็บจากซากความเสียหาย เหล่านี้สามารถเป็นอันตรายได้แม้ว่าจะสวมเครื่องป้องกันอย่างดีแล้วก็ตาม

ผลการศึกษาพบว่า นักผจญเพลิงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นมะเร็งในอนาคต โดยเฉพาะมะเร็มต่อมลูกหมาก และอัณฑะ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อโรคหัวใจด้วย เพราะทำงานภายใต้อากาศร้อนมากๆ เป็นเวลานาน อีกทั้งยังหนีไม่พ้นโรคระบบทางเดินหายใจ และความเครียดอีกต่างหาก

อีกอาชีพหนึ่งไม่คิดเลยว่าจะอยู่ในอาชีพที่ทำร้ายตัวเองในระยะยาวก็คือ "พนักงานสำนักงาน" ใครจะคิดว่าแค่นั่งเก้าอี้ทั้งวัน อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ พิมพ์งานในห้องแอร์เย็นๆ มันจะอันตรายขนาดนี้ แต่ก็นั่นแหละการนั่งท่าเดิมทั้งวัน ต่อเนื่องกันเป็นปีๆ สามารถทำร้ายสุขภาพเราได้อย่างล้นเหลือ เรากำลังจะพูดถึงโรคยอดฮิตอย่างออฟฟิสซินโดรม และชีวิตพนักงานสำนักงานส่วนใหญ่ที่ต้องผจญกับปัญหาการจราจรในตอนเช้า นอกจากความเครียดสะสมจะสูงมากแล้ว เขา และเธอยังมีแนวโน้มที่จะไม่รับประทานอาหารเช้ามาทำงาน นี่แค่เริ่มต้นก็ผิดแล้ว หรืออีกไม่น้อยพึ่งพาอาหารจานด่วน จำพวกอาหารขยะซึ่งนั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย

มากันที่ "งานก่อสร้าง" ไม่ต้องแปลกใจเลย จากสถิติในปี 2014 สหรัฐฯมีผู้เสียชีวิตจากงานก่อสร้างถึงกว่า 800 คน นี่เป็นหนึ่งในงานที่อันตรายที่สุดจริงๆ แต่ปราศจากคนงานก่อสร้างเหล่านี้ พวกเราก็จะไม่มีบ้านสวยๆ โรงเรียน หรือระบบสาธารณูปโภคที่เราใช้กันอย่างสะดวกสบายในทุกวันนี้ ในเมื่องานก่อสร้างเป็นงานสำคัญ แล้วเพราะเหตุใดเรายังปล่อยให้มีอันตรายกับผู้ประกอบอาชีพนี้ นั่นก็เป็นเพราะสภาพแวดล้อมในการทำงานหลายๆ อย่างไม่สามารถควบคุมได้ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

"พนักงานเก็บขยะ" ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้ค่าตอบแทนไม่สูง แต่ต้องทพงานภายใต้ความเสี่ยงและอันตรายมากมาย เป็นอาชีพที่ต้องอยู่กับสิ่งสกปรก ไม่มีใครอยากทำ แต่สำหรับคนที่เลือกไม่ได้ อย่าลืมว่าในถึงขยะที่มัดแน่นหนา ภายในหารู้ได้เลยว่าจะมีวัสดุอันตราย สารเคมี เศษแก้ว วัสดุแตกหักที่เป็นอันตรายอยู่หรือไม่ เหล่านี้เป็นของที่ผู้คนไม่ต้องการแล้ว และอาจจะจัดการแบบให้มันพ้นๆ ไป แต่น้อยคนนักที่จะใส่ใจว่าคนที่ต้องมาจัดการกับขยะเหล่านี้ต่ออาจจะเป็นอันตรายได้ ยิ่งเฉพาะขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาลที่แม้จะมีการแยกประเภทขยะมาแล้วเป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมโอกาสที่จะเกิดสารเคมีรั่วไหล หรือการสัมผัสกับเข็มติดเชื้อ ผ้าพันแผลใช้แล้ว โดยไม่ตั้งใจได้ทั้งหมด

"คนขับรถแทกซี่" เช่นเดียวกับอาชีพขับรถประเภทอื่นๆ คนขับรถแทกซี่ (รวมทั้งอูเบอร์) เป็นกลุ่มที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนน และยังอีกหลายปัจจัยที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งความเครียด ความเหนื่อยล้า จากที่ต้องขับรถตลอดวัน การที่ต้องพบปะผู้คนแปลกหน้ามากมายที่มาในญานะผู้โดยสารก็เป็นความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่ง เพราะไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่ามิจฉาชีพจะแฝงตัวมาในคราบผู้ใช้บริการหรือไม่

ปิดท้ายกันที่ "สัตวแพทย์" อาชีพในฝันของใครหลายๆ คน ที่อยากจะทำงานกับสัตว์โลกน่ารักๆ แต่คงไม่ค่อยมีใครคิดถึงความเสี่ยงที่วัตวแพทย์ต้องเผชิญเลย อย่างแรกทำงานกับสัตว์เป็นอะไรที่ควบคุมได้ยากมาก ยิ่งเฉพาะสัตว์ที่เจ็บป่วย แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงแต่พวกมันก็มีสัญชาตญาณของการป้องกันตัว พวกมันอาจจะไม่ได้น่ารักเหมือนในยามปกติ ในระหว่างทพการรักษาแม้จะมีการป้องกันแล้ว แต่หากถูกกัด หรือข่วน ก็อาจจะเป็นช่องทางไปสู่การติดเชื้อ หรือติดโรคจากสัตว์ได้ และที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ต่างประเทศ หากยังจำกันได้กรณีของสัตวแพทย์ชาวไต้หวันที่ต้องทำการุณยฆาตสัตว์จำนวนมาก บ่อนทำลายจิตใจของเธอเอง จนในที่สุดแล้วเธอก็ทนไม่ไหวต้องปลิดชีพตัวเอง นี่ก็เป็นอีกด้านหนึ่งของงานที่ใครๆ คิดว่าสวยงามแต่จริงๆ แล้วก็อาจจะฆ่าคุณอย่างช้าๆ ได้