“ตู่-ป้อม”ไม่พึ่ง องครักษ์ พร้อมสู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลขู่เกลือจิ้มเกลือ ฝ่ายค้านเล็งร้องปปช. ฟัน5รมต.หลังซักฟอก

“บิ๊กตู่” ขอนักการเมือง “รักชาติให้เหมือนผม” อย่าแบ่งแยกประชาชนฝักฝ่าย ด้าน“ไพศาล”เผย“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม”พร้อมตอบศึกซักฟอกเอง ไม่ต้องพึ่งองครักษ์ “แรมโบ้อีสาน” เย้ยฝ่ายค้านไล่ขุดข้อมูลซักฟอก รบ.กำลังออกอาการทุรนทุราย ยันรบ.ไม่ใช้วิธีสกปรก เตือนระวังเจอ“เกลือจิ้มเกลือ” เอาคืนทั้งใน-นอกสภาฯ ขณะที่“อนุดิษฐ์” เผยฝ่ายค้านเตรียม “40ขุนพล” ถล่ม “6รมต.” ชู “โจ้ ยุทธพงษ์” รับบท “หัวหมู่ทะลวงฟัน”แย้มหลังซักฟอกร้องดำเนินคดีอาญา “5รมต.”ต่อปปช. ส่วน“กมธ.ฝั่งรัฐบาล” เอา คืนไล่ “กมธ.ปราบโกง” สอบปมรุกป่า “แม่ธนาธร” 500ไร่ พื้นที่ราชบุรี ส่วน“วิษณุ” แย้ม “มท.”เตรียมหยิบ “คดีป๋าเหนาะ” ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ หลังคดีถูกยกฟ้อง

ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19ก.พ.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงนักการเมืองต่อสถานการณ์ทางการเมืองว่า “เขาน่าจะต้องรักประเทศชาติ เหมือนกับที่ผมรัก และรักประชาชนเหมือนที่ผมรัก อย่าแบ่งแยกประชาชน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะแบ่งแยกประชาชนเป็นฝักเป็นฝ่ายก็ไม่เหมาะสมทั้งนั้น ไม่ควรทำ”

ด้าน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานเตรียมข้อมูล สนับ สนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในฝ่ายของรัฐบาล เปิดเผยว่า ตนเห็นอาการดิ้นทุรนทุรายของฝ่ายค้านไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แล้วรู้สึกยิ่งกว่า“กินปูนร้อนท้อง”เสียอีก ตนเคยระบุแล้วว่าคณะทำงานของเรามีมารยาททางการเมืองพอที่จะไม่ตอบโต้ หรือขุดคุ้ยข้อมูลฝ่ายค้าน ถ้าอภิปรายอยู่ในกรอบกติกาอย่างสร้างสรรค์ ไม่เล่นวิธีการสกปรก ในสภาฯในการใส่ร้ายป้ายสี สร้างหลักฐานอันเป็นเท็จต่อนายกฯ และรัฐมนตรีทั้ง 5 ท่าน ทั้งที่รัฐบาล ในอดีตเองก็เคยทำความเลวร้าย ทิ้งไว้ให้กับบ้านเมืองมากมาย จนกระทั่งพล.อ.ประยุทธ์และคณะต้องออกมาประคับประคองแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมากมายที่รัฐบาลในอดีตได้ทิ้งขยะเน่าเสียไว้

“ผมจึงเตือนมาด้วยความหวังดีว่าถ้าฝ่ายค้าน หากอภิปรายด้วยวิธีการสกปรก เราก็ต้องใช้ยุทธวิธี “เกลือจิ้มเกลือ” เหมือนกัน มีทั้งตอบโต้ในสภาฯ และนอกสภาฯ และในการอภิปรายของฝ่ายค้านแต่ละคนจะมีการเก็บข้อมูลการอภิปรายอย่างละเอียดทุกคำพูด เพื่อให้ฝ่ายกฎหมาย ได้ดำเนินการฟ้องร้องคดี ให้เด็ดขาด จะได้เป็นบรรทัดฐาน มิให้สร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ ปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความผู้ถูกอภิปรายในอนาคต”

ขณะที่ นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรอง นายกฯ (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ผ่านเฟซ บุ๊ก“ Paisal Puechmongkol” ระบุว่า “ด่วนชัดเจนจากทั้งลุงตู่และลุงป้อมว่า พร้อมจะตอบข้ออภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านเอง ไม่ต้องพึ่งองครักษ์จากพรรคการเมืองต่างๆ”

ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้า การอภิปรายว่า จำนวนผู้อภิ ปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะมีประมาณ 14 คน หรือถ้ามีเพิ่มขึ้นก็จะไม่เกิน 1-2 คน ขณะที่ พรรคอนาคตใหม่มี 16 คน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้าน อื่นๆ จะมีประมาณพรรคละ 1-3 คน รวมทั้งหมด จะมีผู้อภิปราย 35-40 คน ทั้งนี้คณะทำงานร่วมได้ตรวจสอบเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละคนแล้ว ปรากฏว่าไม่มีความซ้ำซ้อน และมีข้อมูลครบทุกมิติ ดังนั้นผู้อภิปรายจึงต้องใช้เวลาอภิปรายพอสมควร โดยการอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจง ของรัฐบาลคงใช้เวลาดำเนินการแต่ละวันไม่ต่ำกว่าวันละ 15 ชั่วโมง ยกเว้นวันแรกที่จะใช้เวลา 9-10 ชั่วโมง ดังนั้นภาพรวมคงใช้เวลา 4 วันเต็ม โดยมีชั่วโมงการอภิปรายและชี้แจงไม่ต่ำกว่า 54 ชั่วโมง อย่างแน่นอน ซึ่งวันที่ 20ก.พ.นี้ เวลา 13. 00น. จะเชิญ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค มาร่วมประชุมกับผู้อภิปรายของพรรคทุกคน รวมถึงส.ส.ที่จะทำหน้าที่ควบคุมบรรยากาศการประชุม เพื่อซักซ้อมให้การอภิปรายครั้งนี้มีความสมบูรณ์มากที่สุด

“หัวหอกในการอภิปรายจะมี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม เป็นผู้อภิปรายหลัก ส่วนผู้อภิปรายหลักอีก 10 กว่าคนที่เหลือ จะมีคณะทำงานของ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นหัวหน้าทีม และมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เป็นที่ปรึกษาคอยเตรียมข้อมูลให้และหลังจากการอภิปรายจบ เชื่อว่าจะมีการยื่นดำเนินคดีทางอาญาต่อป.ป.ช.กับรัฐมนตรีไม่น้อยกว่า 5 คน อย่างแน่นอน”

ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่(อนค.) เป็นประธาน กมธ.มีการพิจารณา เรื่อง สืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อ กมธ.

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกมธ. กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งแง่ ผบ.ตร.ว่ามีการปฏิบัติต่อม็อบไม่เหมือนกัน ระหว่างม็อบสวนยางกับอีกกลุ่มม็อบที่ดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามกับทหาร

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชี้แจงว่า แนวนโยบายหลักที่ให้ไปเมื่อมีการวิ่งไล่ลุง คือให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอด ภัยให้กับประชาชน และขอยืนยันว่าทหารไม่ได้มาแทรกแซงแต่อย่างใด ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เราถอดบทเรียนมาตลอดการชุมนุมก็เรียบร้อยขึ้นมาก ทุกครั้งที่ดูแลก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลประชา ชนเป็นอย่างดี เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายปกติ

“ไม่ต้องสงสัยว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ตำรวจไม่อยากเห็นเลยคือการลงถนน พวกผมเป็นคนกลาง ผมเอียงไม่ได้ ถ้าเอียง ผมก็โดนร้องอาญา 157 จากวิ่งพวกคุณก็มาอีกเวอร์ชั่น ผมก็เฝ้าดูอยู่ ผมขออย่างนี้แล้วกัน อย่าทำอะไรให้สุ่มเสี่ยงกฎหมาย เพราะมันอันตราย”

ขณะเดียวกัน ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ มีวาระพิจารณาตรวจสอบการบุกรุกที่ป่าของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชา รัฐ ครอบครองพื้นที่ป่า หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 1,700 ไร่ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณากรณีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่งของการพิจารณา นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.ได้อภิ ปรายในที่ประชุมถึงการตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมบุกรุกที่ป่า ซึ่งอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกับที่ดินของน.ส.ปารีณา ที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งเป็นของมารดาของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากกมธ.ฝั่งรัฐบาลพร้อมเสนอให้ตรวจสอบ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้มอบหมายให้น.ส.ปารีณาประมวลเรื่องและให้เสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของกมธ.ก่อน

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัดสินให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรมว.มหาดไทย จำคุก 2 ปี กรณีทุจริตที่ดินสร้างสนามกอล์ฟอัลไพน์ ว่า ทราบว่ากระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาว่าสนามกอล์ฟและหมู่บ้านจัดสรรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป และทางด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ปรารภให้ฟัง เพราะถือว่าเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งหลักการของเรื่องนี้จะต้องไปดำเนินการยกเลิกคำสั่ง เพื่อกลับไปที่เดิม คือ ที่ดินต้องตกเป็นของวัดธรรมิการามวรวิหาร อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสนามกอล์ฟไม่น่าเป็นห่วง แต่ที่ดินที่ขายกันไปทำเป็นหมู่บ้านจัดสรร ในส่วนนี้น่าเป็นห่วง จากวันนั้นถึงวันนี้ ครอบครัวเพิ่มจำนวนขึ้น ตรงนี้ก็ให้ทางกระทรวงมหาดไทยไปพิจารณาดูอีกทีว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งตนยังตอบไม่ถูกว่าจะต้องดำเนินการยึดเอกสารสิทธิคืนหรือไม่ เพราะยังไม่ควรจะตอบตอนนี้ ขอให้กรมที่ดินไปดูก่อน เพราะวิธีดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษานั้นอย่างหนึ่ง แต่เมื่อดำเนินการแล้วมีผลกระกระทบกับชาวบ้านจะแก้กันอย่างไรนั้นเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้าไม่เริ่มต้นทำตามคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะมีความผิด เพราะฉะนั้นต้องทำให้ถูกก่อน ซึ่งอาจจะมีช่องทางก็ได้ แต่ตนไม่ทราบ ให้กรมที่ดินเขาไปคิดก่อน

เมื่อถามว่า ในส่วนของสนามกอล์ฟมีแนวโน้มสูงที่จะตกเป็นที่ของวัดใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทั้งหมดต้องเป็นของวัดอยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่า กรณีของ นายเสนาะ เทียนทอง อดีตรมช.มหาดไทย ที่ถูกยกฟ้อง เนื่องจากคดีขาดอายุความนั้น เมื่อคดีถึงที่สิ้นสุดจะมีการปัดฝุ่นคดีที่เกี่ยวข้องขึ้นมาพิจารณาใหม่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่แน่ใจ ไม่เคยนึกถึงประเด็นนี้มาก่อน และเรื่องนี้ได้ทราบว่าเขากำลังจะดูกันอยู่ทั้งระบบในส่วนของกระทรวงมหาดไทย แต่ก็ยังไม่ได้มาเกี่ยวอะไรกับตนในขณะนี้

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน