"ธรรมนัส" สั่งฝนหลวงฯ ตั้งศูนย์บัญชาการและติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟ และภัยแล้ง พร้อมชวนเกษตรกรร่วมเป็นฟันเฟืองแก้วิกฤติภัยแล้งยั่งยืน

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมพื้นที่การเกษตร (ไร่ข้าวโพด) ของนายวิจิตร แก่นวิจัย อาสาสมัครฝนหลวง ณ ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ต.แสลงพัน อ.วังม่วง จ.สระบุรี

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พื้นที่ต.แสลงพัน อ.วังม่วง เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมักพบปัญหาเรื่องน้ำ อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดิน จะร่วมบูรณาการแก้ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำเพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ ขณะที่ส่วนท้องถิ่นก็มีการเรียกร้องในเรื่องของการเจาะบ่อบาดาล หรือการทำแหล่งน้ำในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน โดยตนจะสั่งการให้เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มอบอำนาจให้กับปฏิรูปที่ดินจังหวัดสามารถสั่งการดำเนินการได้ทันที เพื่อลดขั้นตอนของทางราชการลง จะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ทั้งเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย และมันสำปะหลัง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บัญชาการและติดตามสถานการณ์ (War Room) หมอกควันไฟ และภัยแล้ง ซึ่งมีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก และได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ซึ่งมีข้อมูลจุด Hot Spot ทั้งหมด โดยเราสามารถอัทเดตได้ทุกวัน รวมทั้งใช้ดาวเทียมที่ผ่านประเทศไทย วันละ 2 เวลา คือ เวลา 02.00 น. และ 17.00 น. เพื่อส่งข้อมูลไปยังอาสาสมัครฝนหลวง และอาสาสมัคร ส.ป.ก. ทุกจังหวัด เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที ซึ่งการแก้ปัญหาภัยแล้ง ณ ขณะนี้ จะต้องทำแบบบูรณาการ จึงต้องตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าวขึ้นมา

"ทั้งนี้ การปฏิบัติการฝนหลวง เราได้เริ่ม ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ปีนี้มีการ Kick Off เร็วขึ้น เพราะปัญหาภัยแล้งในปีนี้มันน่ากลัวไม่น้อยกว่าปี 2558 จึงจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติการฝนหลวงอย่างจริงจังและเร่งด่วน รวมทั้งอาสาสมัครฝนหลวง ก็มีส่วนสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งเนื่องจากเป็นประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ จะคอยนำข้อมูลรายงานมายังส่วนกลาง เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาที่ตรงจุด"รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงพี่น้องเกษตรกรทุกจังหวัด วันนี้บ้านเมืองเกิดปัญหาวิกฤตภัยแล้ง จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเป็นไม้เป็นมือ และฟันเฟือง ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแจ้งข่าวสาร ไปยังส่วนกลาง เพื่อนำข้อมูลไปศึกษาวิเคราะห์ และเร่งแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป