พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ เผยว่า การนำเสนอข่าวและข้อมูลเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา จำเป็นที่สื่อมวลชนต้องมีองค์ความรู้ในการพิจารณาคัดกรองข้อมูลและข้อเท็จจริงที่สมควรแก่การนำเสนอ หากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวและข้อมูลโดยขาดองค์ความรู้ การนำเสนอข่าวนั้น อาจเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงทำให้ผู้กระทำความผิดทราบถึงแผนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้ นอกจากนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสังคม เช่น ทำให้ผู้กระทำความผิดกลายเป็น "ฮีโร่" และอาจทำให้เด็กและเยาวชนซึมซับเรื่องความรุนแรงเห็นเป็นเรื่องปกติ ส่งผลกระทบต่อวิธีคิดและพฤติกรรมในระยะยาว

"กสทช. เห็นความสำคัญของการนำเสนอข่าว และข้อมูลที่เกิดขึ้น จึงจะจัดทำแนวทางการนำเสนอข่าวและข้อมูลในลักษณะดังกล่าวในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งมีมาตรการลงโทษที่เข้มข้นมากขึ้น เช่น การระงับการออกอากาศรายการในทันทีที่เห็นว่ารายการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน พร้อมทั้งจัดทำบทลงโทษด้านอื่น ๆ" พลโท ดร.พีระพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากสทช.ได้ดำเนินมาตรการกำกับดูแลผู้ประกอบกิจการและสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดโดยตลอด และกสทช.จะดำเนินการต่อสื่อมวลชนผู้กระทำการอันขัดต่อหลักเกณฑ์การเป็นผู้รับใบอนุญาตของกสทช.ให้เป็นบรรทัดฐานของการนำเสนอข่าวและข้อมูลของสื่อมวลชน ทั้งนี้กสทช.จะเร่งรัดดำเนินการให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

กองทุนประกันวินาศภัย