วันที่ 7 ก.พ. นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,157,170 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และขัดขืนหมายศาลให้ส่งเอกสารในการพิจารณาคดี

นายวัชระ ในฐานะโจทก์บรรยายคำฟ้องว่า นายสรศักดิ์ เป็นหัวหน้าส่วนราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารราชการของสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบัญญัติ ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ มีอำนาจสั่งการ อนุญาต และอนุมัติ และกระทำการแทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และยังได้รับการแต่งตั้งจากประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้เป็นคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2561 จำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองเอกสารและได้รับหมายเรียกพยานเอกสารของศาลอาญา คดีอาญาหมายเลขดีที่ อ.838/2561 ระหว่างนายชัชวาล อภิบาลศรี โจทก์ และนายวัชระ เพชรทอง จำเลย ให้เร่งรัดส่งเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยไปยังศาลอาญา เพื่อใช้ในการพิจารณาคดี

“ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2561 นายสรศักดิ์ได้บังอาจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา โดยมีหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เรื่อง หมายเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ (คดีอาญา) แจ้งว่า ไม่สามารถจัดส่งให้ได้ เนื่องจากไม่มีแถบบันทึกเสียงการประชุมของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2561 ถือว่าเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เพราะความจริงแล้วในการประชุมของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ดังกล่าว ได้มีการบันทึกชวเลข แถบเสียง และบันทึกการประชุม โดยมีรายละเอียดผู้เข้าประชุม ผู้ไม่ได้เข้าประชุม วันเดือนปี ครั้งที่และข้อความที่ประชุม ซึ่งเป็นเอกสารราชการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526” คำฟ้องระบุ

คำร้องของนายวัชระ ระบุอีกว่า จำเลยซึ่งเป็นกรรมการและผู้เข้าร่วมการประชุม เป็นผู้ครอบครองเอกสารดังกล่าวในส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และทราบดีว่าต้องมีการบันทึกชวเลข แถบเสียง หรือรายงานชวเลข และบันทึกการประชุมไว้และต้องเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมาย แต่กลับแจ้งความเท็จว่าไม่มีการบันทึกการประชุม เพื่อเป็นเหตุไม่ต้องส่งแถบเสียง ชวเลข หรือบันทึกการประชุมต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ตามหมายเรียกพยานเอกสารข้างต้น

ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือนายชัชวาล อภิบาลศรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และเพื่อมิให้โจทก์ได้ใช้แถบเสียง ชวเลข หรือบันทึกรายงานการประชุม เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.838/2561 ของศาลอาญาดังกล่าว ซึ่งมีนายชัชวาล เป็นโจทก์ การกระทำของจำเลย เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และเป็นการจงใจขัดขืนหมายหรือคำสั่งศาลให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารในการพิจารณาคดี และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ผู้อื่นหรือประชาชน หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ขณะเดียวกันนายวัชระ ยังได้ฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91,137,157,170 ต่อนายชัชวาล อภิบาลศรี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะเป็นประธานการประชุมของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งทราบดีว่าในการประชุมได้มีการจดบันทึกการประชุมของคณะกรรมการดังกล่าวไว้ แต่กลับจงใจแจ้งความเท็จว่าไม่มีการจดบันทึกการประชุมของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อจะได้ไม่ต้องส่งแถบเสียง ชวเลขหรือ รายงานการประชุมดังกล่าวต่อศาล ตามที่โจทก์ (ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าว) ร้องขอเพื่อให้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีดังกล่าว ซึ่งในการแจ้งข้อความเท็จนี้เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ผู้อื่นหรือประชาชน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำสั่งรับฟ้องหรือไม่ ทั้งสองคดี ในวันที่ 24 ก.พ. นี้ เวลา 09.00 น.

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน